เว็บไซต์ PC Gamer รายงานว่า มรสุมราคาชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์แพงยังไม่มีทีท่าว่าจะสิ้นสุดลงง่ายๆ โดยผลวิเคราะห์ล่าสุดจากสถาบันวิจัย Jefferies Equity Research ระบุว่า ราคาชิ้นส่วนหน่วยความจำอย่างแรม RAM และ SSD กำลังจะเผชิญหน้ากับการปรับราคาขึ้นครั้งใหญ่ โดยคาดว่าจะพุ่งสูงขึ้นระหว่าง 40% ถึง 50% ในไตรมาสที่ 3 ของปี 2026 นี้ และจะขยับตัวเพิ่มขึ้นอีก 30% ถึง 40% ในไตรมาสที่ 4 ก่อนที่จะทวีความรุนแรงด้วยการปรับราคาเพิ่มขึ้นอีก 40% ถึง 45% เมื่อเทียบแบบปีต่อปีในปี 2027
ปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดวิกฤตการณ์ในครั้งนี้มาจากการที่ศูนย์ข้อมูลฝั่งเทคโนโลยี AI ได้ทำการกวาดซื้อและกักตุนชิ้นส่วนที่มีอยู่ในตลาดไปจนหมดเพื่อรองรับการขยายตัวของระบบ ส่งผลให้ผู้บริโภคทั่วไปที่ต้องการประกอบคอมพิวเตอร์พีซีหรือซื้อเครื่องเล่นเกมอย่าง Steam Machine ต้องแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งผลกระทบนี้เริ่มลามไปสู่อุปกรณ์ไอทีประเภทอื่น ๆ แล้ว โดยล่าสุดบริษัทใหญ่อย่าง Apple ก็ได้ประกาศปรับขึ้นราคาอุปกรณ์อย่าง iPad และ Macbook เพิ่มขึ้นหลายร้อยดอลลาร์สหรัฐไปก่อนหน้านี้แล้ว
ทาง Jefferies คาดการณ์ว่า สถานการณ์ตลาดชิ้นส่วนจะเริ่มกลับมาฟื้นตัวและมีทิศทางที่ดีขึ้นได้ในช่วงปี 2028 จากมาตรการเร่งเพิ่มกำลังการผลิต ซึ่งอาจจะช่วยดึงให้ราคาปรับลดลงมาได้ประมาณ 15% ถึง 20% อย่างไรก็ตาม สื่อต่างประเทศได้ตั้งข้อสังเกตว่า ความหวังในการสิ้นสุดของกระแสฟองสบู่ AI อาจจะขึ้นอยู่กับสภาวะทางการเงินของบริษัทผู้พัฒนา โดยมีการยกตัวอย่างข้อมูลเอกสารงบการเงินที่หลุดออกมาของค่ายยักษ์ใหญ่อย่าง OpenAI ที่ระบุว่าทางบริษัทประสบปัญหาภาวะขาดทุนสุทธิสูงถึง 3.85 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2025 ซึ่งหากกระแสความนิยมใน AI เริ่มลดความร้อนแรงลงในอนาคต ก็อาจจะเป็นตัวแปรสำคัญที่ช่วยให้ราคาชิ้นส่วนหลั่งไหลกลับคืนสู่ตลาดผู้บริโภคทั่วไปได้เร็วขึ้น
ที่มา PC Gamer