หลังจากที่ Sony Interactive Entertainment ประกาศมาตรการหักดิบเตรียมยุติสายการผลิตแผ่นเกมคอนโซลทั้งหมดภายในเดือนมกราคม 2028 ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้แก่ผู้บริโภคอย่างรุนแรง ล่าสุดสถานการณ์เริ่มทวีความตึงเครียดขึ้นไปอีกขั้น เมื่อกลุ่มผู้เล่นจำนวนมากเริ่มส่งสัญญาณตอบโต้ด้วยการหันไปพึ่งพาตลาดมืดและการดัดแปลงระบบฮาร์ดแวร์เพื่อเข้าสู่สายมืดอย่างเป็นทางการ
จากรายงานของสื่อต่างประเทศ Polygon เปิดเผยสถิติ Data ล่าสุดจาก Google พบว่ายอดการค้นหาคำว่า 'PS5 jailbreak' พุ่งสูงขึ้นถึง 20% ภายในเวลาเพียง 24 ชั่วโมงหลังจาก Sony ประกาศนโยบายดังกล่าว ยิ่งไปกว่านั้น ยอดผู้เข้าชมในคอมมูนิตี้สำหรับกลุ่มเจลเบรคเครื่อง PS5 บน Reddit ก็เพิ่มขึ้นกว่า 10,000 รายในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา สวนทางกับราคาแผ่นเกม Star Wars บนแพลตฟอร์ม eBay ซึ่งเป็นหนึ่งในแผ่นเกมสำคัญที่กลุ่มแฮกเกอร์ใช้เป็นช่องทางในการเจาะระบบ ตัวเครื่องเฟิร์มแวร์เวอร์ชันเก่า ที่ราคาซื้อขายพุ่งทะยานจาก 250 ดอลลาร์สหรัฐ ดีดขึ้นไปสูงถึง 300-400 ดอลลาร์สหรัฐ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เนื่องจากผู้เล่นตระหนักดีจากการที่ Sony เคยสั่งลบไฟล์ภาพยนตร์ดิจิทัลออกจากระบบดื้อ ๆ โดยไม่คืนเงิน ว่าการซื้อเกมแบบดิจิทัลดาวน์โหลดไม่ได้ทำให้พวกเขา 'เป็นเจ้าของ' สินค้าอย่างแท้จริง

ขณะเดียวกัน ประเด็นการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลล้วนและการเตรียมสั่งปิดหน้าร้านสโตร์ออนไลน์ของเครื่องรุ่นเก่าอย่าง PlayStation 3 และ PlayStation Vita ก็ได้สร้างความกังวลให้แก่กลุ่มนักอนุรักษ์เกมเช่นกัน โดยทาง Dexerto ได้รายงานบทสัมภาษณ์ของ Frank Cifaldi ผู้อำนวยการมูลนิธิอนุรักษ์ประวัติศาสตร์วิดีโอเกม (Video Game History Foundation หรือ VGHF) ที่ออกมาแสดงจุดยืนเห็นด้วยกับทฤษฎีที่ว่าในปัจจุบัน "การละเมิดลิขสิทธิ์อาจกลายเป็นรูปแบบเดียวในการอนุรักษ์สื่อวิดีโอเกมที่หลงเหลืออยู่จริง" โดยเขาระบุว่าทางมูลนิธิได้พยายามติดต่อประสานงานกับสมาคม ESA เพื่อหาแนวทางข้อกฎหมายในการจัดทำคลังข้อมูลดิจิทัลสำหรับกรณีเกมที่ยุติการจัดจำหน่ายไปแล้วอย่างถูกต้อง แต่กลับถูกปฏิเสธและขัดขวางทางกฎหมายมาโดยตลอด
Cifaldi ให้ข้อมูลอ้างอิงจากผลการศึกษาของ VGHF ว่า ปัจจุบันมีเกมคลาสสิกสูงถึง 87% ที่กำลังอยู่ในภาวะ 'วิกฤตใกล้สูญพันธุ์' และไม่มีการนำกลับมาวางจำหน่ายใหม่ในระบบพาณิชย์ ซึ่งการที่ค่ายเกมยักษ์ใหญ่บีบบังคับให้โลกเข้าสู่ยุคไร้แผ่นดิสก์ ยิ่งทำให้กระบวนการรักษาประวัติศาสตร์เกมทำได้ยากขึ้น เนื่องจากแผ่นเกมในยุคหลังมักจะบรรจุข้อมูลที่ไม่สมบูรณ์และต้องพึ่งพาแพตช์ดาวน์โหลดในวันแรกเสมอ ดังนั้นหากทางอุตสาหกรรมและกลุ่มผู้ให้บริการแพลตฟอร์มยังคงปฏิเสธที่จะเปิดช่องทางกฎหมายให้แก่สถาบันทางวัฒนธรรมและพิพิธภัณฑ์ในการเก็บรักษาตัวเกม วงการเกมก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องปล่อยให้ชุมชนหันไปใช้งานระบบ Emulators และการดาวน์โหลดเถื่อนเพื่อไม่ให้คุณค่าทางประวัติศาสตร์ของเกมเหล่านั้นสูญหายไปตลอดกาล
