กระแสต่อต้านในโลกออนไลน์ยังส่งผลกระทบอย่างหนักหลัง Sony เตรียมเลิกผลิดแผ่น โดยเว็บไซต์ The Gamer ได้รายงานได้เกิดแคมเปญลงชื่อประท้วงของกลุ่มแฟนเกมเพื่อเรียกร้องให้ Sony เปลี่ยนใจ ก็ทำยอดผู้ร่วมลงนามทะลุ 120,000 รายชื่ออย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่กี่วัน แต่สิ่งที่น่ากังวลที่สุดสำหรับ Sony ในเวลานี้คือการเผชิญหน้ากับคดีความมูลค่าสูงถึง 450 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (หรือราว 400 ล้านยูโร) จากการยื่นฟ้องของ Stichting Massaschade & Consument (SMC) องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรจากประเทศเนเธอร์แลนด์ ในข้อหาพยายามสร้างกลไกผูกขาดทางการค้า
Lucia Melcherts ประธานของ SMC ได้แถลงการณ์ชี้แจงว่า การยกเลิกแผ่นดิสก์เป็นการทำลายช่องทางสุดท้ายที่ผู้เล่นจะสามารถซื้อขายเกมในราคาที่เป็นธรรมและมีการแข่งขัน การไม่มีแผ่นเกมหมายความว่าตลาดซื้อขายแผ่นมือสองจะถูกลบล้างไปโดยสิ้นเชิง และทำให้ผู้บริโภคไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องพึ่งพา PlayStation Store ซึ่งเปิดโอกาสให้ Sony สามารถควบคุมราคาเกมได้แต่เพียงผู้เดียว รวมถึงมีสิทธิ์กำหนดระยะเวลาในการเข้าใช้งานเกมนั้นๆ ได้ตามใจชอบ ซึ่งขัดต่อหลักการค้าที่เป็นธรรมเนื่องจากผู้ซื้อไม่เหลือสิทธิ์ในการเป็นเจ้าของสินค้าอย่างแท้จริง

ประเด็นข้อตกลงการให้บริการ (Terms of Service) ของ PlayStation ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า 'ซอฟต์แวร์นี้เป็นการให้สิทธิ์ใช้งานแก่คุณ ไม่ใช่การขายขาด' ซึ่งหมายความว่าการซื้อเกมในรูปแบบดิจิทัลเป็นเพียงการซื้อสิทธิ์ส่วนบุคคลในการเข้าเล่นชั่วคราว และมีโอกาสถูกริบคืนได้ทุกเมื่อโดยไม่มีการชดเชย การปิดกั้นระบบนิเวศไม่ให้มีหน้าร้านค้าทางเลือกอื่น จึงบีบให้ผู้บริโภคต้องจำใจจ่ายเงินตามที่ Sony เรียกร้อง ซึ่งกรณีดังกล่าวมีความคล้ายคลึงกับเหตุการณ์ที่ Apple เคยถูกคณะกรรมาธิการยุโรปสั่งปรับเงินกว่า 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ข้อหาละเมิดกฎหมายตลาดดิจิทัล (DMA) จากการผูกขาด App Store และปิดกั้นช่องทางตลาดทางเลือกอื่นมาแล้ว
ในขณะที่ผู้ผลิตคอนโซลรายอื่นกลับมีแนวทางที่แตกต่างออกไป โดย Nintendo ได้ให้คำมั่นสัญญาว่าจะยังคงเดินหน้าผลิตตลับเกมสำหรับเครื่องเล่นของตนต่อไป ส่วนทางฝั่ง Xbox แม้จะมีข่าวลือเกี่ยวกับเครื่องเล่นยุคใหม่อย่าง Project Helix ว่าอาจจะเป็นระบบดิจิทัลล้วน แต่ด้วยโครงสร้างที่เป็นลูกผสมระหว่างคอนโซลและ PC จะทำให้ตัวเครื่องรองรับหน้าร้านค้าคู่แข่งอย่าง Steam และ Epic Games Store ตั้งแต่วันแรก ทำให้ Sony กลายเป็นแพลตฟอร์มเดียวที่กำลังถูกจับตาเรื่องการจำกัดสิทธิ์ผู้บริโภคอย่างรุนแรงในเวลานี้
ที่มา The Gamer