เว็บไซต์ Automaton Media รายงานว่า ภายหลังจากการประกาศเปิดตัว Dragon’s Dogma 2: Dark Arisen ภาคเสริมแบบชำระเงินรายใหญ่ของเกมแนวโอเพ่นเวิลด์ RPG ชื่อดังที่มีกำหนดวางจำหน่ายในวันที่ 9 ตุลาคมนี้ ล่าสุดทีมงานผู้พัฒนาเกมอย่าง ผู้กำกับ Kento Kinoshita และ โปรดิวเซอร์ Naoto Oyama ได้ร่วมกันเปิดเผยข้อมูลเชิงลึกถึงเบื้องหลังรายละเอียดระบบการเล่นใหม่ รวมถึงขอบเขตของตัวเกมที่พร้อมมอบประสบการณ์การผจญภัยเพิ่มเติมให้ผู้เล่นได้เพลิดเพลินยาวนานกว่า 25 ชั่วโมง
ทีมพัฒนาเปิดเผยว่า โครงการนี้ใช้เวลาในการพัฒนาร่วม 2 ปีเต็ม โดยแบ่งเป็นเนื้อเรื่องบทใหม่ในดินแดน Norgan ประมาณ 15 ถึง 20 ชั่วโมง และดันเจี้ยนท้าทายความสามารถใหม่อีก 12 แห่ง ซึ่งนอกจากคอนเทนต์ที่อัดแน่นแล้ว ทีมงานยังให้ความสำคัญกับการออกอัปเดตเพื่อปรับปรุงคุณภาพชีวิตและการเล่นตามเสียงเรียกร้องของแฟน ๆ โดยใน DLC ตัวใหม่นี้จะมีการเพิ่มขยายช่องติดตั้งสกิลกดใช้ให้มากขึ้นตามคำขอ และมีการปรับปรุงระบบแอ็กชันเพื่อแก้ปัญหาที่ผู้เล่นมักโดนศัตรูขนาดเล็กรุมโจมตีต่อเนื่องจนติดสถานะล็อกขยับตัวไม่ได้ ซึ่งสร้างความสิ้นหวังให้ผู้เล่นเป็นอย่างมาก

นอกจากนี้ในส่วนของระบบแฟชั่นและรูปลักษณ์ภายนอก ทางทีมงานยังแง้มข่าวดีว่าจะมีฟีเจอร์ที่เปิดโอกาสให้ผู้เล่นสามารถปรับแต่งแต่งตัวละครเพื่อเปลี่ยนชุดแต่งกายได้ตามใจชอบโดยที่ยังคงสามารถรักษาค่าสถานะและพลังป้องกันของอุปกรณ์สวมใส่หลักเอาไว้ได้ คล้ายคลึงกับระบบที่เคยมีใน Dragon’s Dogma Online โดยระบบนี้จะปลดล็อกให้ใช้งานได้เมื่อผู้เล่นเดินทางไปถึงดินแดน Norgan
สำหรับการตัดสินใจพอร์ตตัวเกมลงเครื่องคอนโซลรุ่นใหม่อย่าง Nintendo Switch 2 นั้น Naoto Oyama ระบุว่าเป็นการตัดสินใจที่เกิดขึ้นในภายหลัง เนื่องจากทีมงานได้เห็นความเข้ากันได้ดีและประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยมของ RE Engine บนระบบฮาร์ดแวร์ตัวใหม่นี้ผ่านโครงการพัฒนาเกมอื่นในค่ายอย่าง Resident Evil Requiem และ Pragmata จึงได้นำบทเรียนและกระบวนการเพิ่ม Optimization จากตัวเกมเวอร์ชั่นแรกมาปรับปรุงต่อยอด ทำให้การพอร์ตตัวเกมลงจอดบน Nintendo Switch 2 เป็นไปอย่างราบรื่นกว่าที่คาดไว้

ที่มา Automaton Media