Palworld มีอะไรดี ? ทำไมมันถึงไม่ใช่แค่เกม "โปเกมอนถือปืน"
ถึงแม้ว่าเกม Palworld จะเป็นวิดิโอเกมที่ผ่านมรสุมดราม่าต่าง ๆ มามากมาย แต่สิ่งหนึ่งที่เราปฏิเสธไม่ได้ก็คือ กระแสความนิยมของตัวเกม ที่ตอนนี้ตัวเกมนั้นได้กลายเป็นวิดิโอเกมที่มียอดผู้เล่นสูงเป็นประวัติการณ์ รวมถึงยังทำยอดขายได้ถล่มทลาย จนอาจเรียกได้ว่านี่คือ เกมที่ประสบความสำเร็จที่สุดเกมหนึ่งเลยก็ว่าได้
และในเมื่อเกมมันประสบความสำเร็จขนาดนี้ จะมีเหรอที่แฟนเกมโปเกมอนอย่างผมจะพลาดเกมนี้ไป ดังนั้นผมจึงได้ทำการเปิดใจลองเล่นเกมนี้ดู เพราะอยากจะรู้ว่าตัวเกมมันเป็นยังไงกันแน่ มันเป็นเกมก็อปโปเกมอนดาษ ๆ อย่างที่มีคนเคยกล่าวหาไว้หรือไม่ ทำไมเกมนี้มันถึงสนุกและแตกต่างจากเกมอื่น ๆ แล้วอะไรที่เป็นเสน่ห์ หรือเป็นจุดแข็งที่ทำให้เกมนี้กลายเป็นเกมโปรดสำหรับใครหลายคนกัน กล่าวคือ ในบทความนี้ ผมจะพาทุกคนมาวิเคราะห์ปัจจัยที่ทำให้ Palworld สนุก หรือประสบความสำเร็จนั่นเองครับ
(ซึ่งตรงนี้ ผมขอชี้แจงไว้ก่อนเลยนะครับว่า ตัวผมเองนั้นไม่ได้มีเจตนาจะด้อยค่าโปเกมอนแต่อย่างใด เพราะตัวผมเองก็เป็นแฟนเกมโปเกมอนเช่นกัน นอกจากนี้ ผมยังคิดว่าการมีอยู่ของ Palworld นั้น อาจจะส่งผลดีต่อแฟนเกมโปเกมอนเสียด้วยซ้ำ เพราะยิ่งโปเกมอนมีคู่แข่งที่สมน้ำสมเนื้อมากเท่าไหร่ มันก็จะยิ่งช่วยกระตุ้นให้ทาง Game Freak พัฒนาเกมดี ๆ ออกมาสู้ ซึ่งการมีเกมดี ๆ ออกมา สุดท้ายเราซึ่งเป็นผู้บริโภคก็จะได้ประโยชน์จากเรื่องนี้อยู่ดี)

Palworld กับศิลปะแห่งความย้อนแย้ง
เมื่อพูดถึงเกมแนวเลี้ยงมอนเเล้ว ส่วนใหญ่เราก็มักจะเจอเเต่พล็อตแนวเดิม ๆ ที่เราจะได้เล่นเป็นเทมเมอร์ที่ต้องออกตามจับมอน คอยเอามันมาเลี้ยงดูอย่างดี รวมถึงนำมันออกไปสู้กับเทมเมอร์คนอื่น ๆ ซึ่งพล็อตเรื่องทำนองนี้ เกือบทั้งหมดล้วนนำเสนอความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับมอนในด้านดี เช่น ปฏิบัติต่อมันในฐานะเพื่อนคู่ใจ เพื่อนที่เรารักมัน เอ็นดูมัน หรือต้องคอยเอาใจใส่อยู่เสมอ
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ Palworld นำเสนอกลับแตกต่างจากสูตรสำเร็จพวกนี้โดยสิ้นเชิง เพราะ ภายในเกมนี้เราจะไม่ได้รับบทเป็นเทมเมอร์โลกสวยเหมือนเกมอื่น ๆ เเต่จะรับบทเป็นผู้จัดการอาณานิคมที่ต้องคอยเอาชีวิตรอดในโลกอันโหดร้าย ไม่เพียงเท่านั้น มอนสเตอร์ภายในเกมนี้อย่าง Pal ยังไม่ได้ถูกมองว่าเป็นเพื่อนอีกด้วย แต่จะถูกปฏิบัติราวกับเป็นเครื่องมือหรือแรงงานที่เรานำมาใช้ประโยชน์ได้ ดังนั้นถึงแม้ว่าพวกมันจะมีหน้าตาน่ารัก แต่เราก็สามารถนำมันไปใช้งานเยี่ยงทาสได้ ไม่ว่าจะเป็น การสั่งให้มันไปตัดไม้ ไปขุดเหมือง เอามันมากินในยามฉุกเฉิน หรือแม้แต่ฆ่ามันต่อหน้า Pal ตัวอื่นเพื่อขู่ให้ Pal อีกตัวขยันทำงาน เป็นต้น
ซึ่งความไม่สอดคล้องกันระหว่างความน่ารักกับวิธีที่เราปฏิบัติต่อมันนี่เเหละ คือ สิ่งที่ทำให้ Palworld สนุกเเละแตกต่างจากเกมเเนวเลี้ยงมอนสเตอร์ทั่วไป เพราะเมื่อตัวเกมนำเสนอภาพความย้อนแย้งนี้ชัดมากเท่าไหร่ ผู้เล่นก็จะยิ่งถูกดึงดูดจากประสบการณ์ความย้อนแย้งของตัวเกม จนรู้สึกว่าตัวเกมมันแปลกใหม่เเละน่าสนใจมากเท่านั้น ซึ่งในทางศิลปะหรือวงการออกแบบจะมีคำเรียกของความย้อนแย้งเช่นนี้ว่า juxtaposition ครับ

Palworld กับศิลปะแห่งการผสมผสานแนวเกม
นอกจากความย้อนแย้งของธีมเกมเเล้ว อีกหนึ่งตัวแปรที่ทำให้เกมนี้โดดเด่นและสนุกเป็นพิเศษก็คือ "เรื่องของแนวเกม" ที่ตัวเกมจะผสมแนวเกมหลายแบบเข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น องค์ประกอบเกมเอาชีวิตรอด (Survival) ที่ได้รับเเรงบันดาลใจมาจาก Rust หรือ ARK , องค์ประกอบเกมแนวสะสมมอน (Monster Taming) รวมไปถึงองค์ประกอบเกมแนวสร้างโรงงานหรือออโตเมชัน (Automation) ด้วย ดังนั้น สำหรับผม Palworld จึงเป็นเกมแนวใหม่ ที่ไม่ใช่ทั้ง ARK ไม่ใช่ทั้ง Pokemon เเต่เป็นเกมลูกผสมที่มีจุดเด่นไม่เหมือนใครครับ
โดยการผสมผสานกันนี้ แน่นอนว่ามันไม่ใช่การผสมกันมั่ว หรือเอาแนวเกมมายำรวมกันเเบบส่ง ๆ เเต่มันคือการออกแบบที่ถูกคิดมาเเล้วอย่างถี่ถ้วน ซึ่งจะเห็นได้จากระบบความก้าวหน้า (Progression) ที่ทำออกมาได้อย่างลงตัว จนสร้างวงจรการเล่นที่เป็นธรรมชาติมาก โดยมันได้สร้างวงจรที่ทำให้ผู้เล่นอยากออกสำรวจโลก สร้างฐาน เเละจับมอนสเตอร์ไปพร้อม ๆ กันได้อย่างน่าทึ่ง เพราะถ้าผู้เล่นอยากจะสำรวจพื้นที่ใหม่ ๆ หรืออยากจับมอนตัวใหม่ ผู้เล่นก็จำเป็นต้องมีอุปกรณ์ที่ดีขึ้นเสียก่อน แต่การจะปลดล็อคอุปกรณ์ขั้นสูงกว่าได้นั้น ผู้เล่นก็จำเป็นต้องอัปเกรดฐาน และเพิ่มเวลให้กับตัวละครก่อน และแน่นอนว่าการเพิ่มเวลตัวละครที่ดีที่สุด ก็คือ การจับมอน ดังนั้น ลูปของเกมจึงเป็นยังงี้ คือ ยิ่งเราจับมอนมากเท่าไหร่ เวลตัวละครก็จะยิ่งมากขึ้น รวมถึงมีมอนมาช่วยงานสร้างฐานมากขึ้นด้วย และเมื่อฐานหรือตัวละครเราพัฒนา เราก็จะยิ่งมีอุปกรณ์ดี ๆ ใส่ ทำให้เราสามารถสำรวจพื้นที่ใหม่ หรือหามอนตัวใหม่ ๆ มาอัปเกรดตัวละครเเละฐานได้อีก ซึ่งมันจะวนเป็นลูปแบบนี้ไปเรื่อย ๆ จนเรารู้สึกติดพันกับเกม หรือทำให้เราสนุกจนลืมเวลาไปเลย
ซึ่งการผสมผสานนี้ ในแง่หนึ่งมันคือการพยายามแก้ปัญหา Pain Point ของเกมแนวเอาชีวิตรอด (Survival) ที่โดยส่วนใหญ่ มันจะเข้าถึงยากจากธรรมชาติของตัวเเนวเกมที่ต้องอาศัยเวลาการฟาร์มหลายชั่วโมง ดังนั้นเพื่อแก้ปัญหานี้ Palworld จึงได้นำระบบของเกมออโตเมชันกับแนวสะสมมอนมาเสริมเพิ่ม โดยเปิดโอกาสให้เราไม่ต้องมานั่งขุดเเร่ ตัดไม้เองอีกต่อไป เพราะตัวเกมเปิดโอกาสให้เราเอามอนที่เราจับมาช่วยทำสิ่งนี้เเทนเราได้ ดังนั้นจังหวะของเกมจึงถูกบีบให้เร็วขึ้น สนุกไวขึ้น และเข้าถึงผู้เล่นใหม่ได้ง่ายกว่าเดิม ว่าง่าย ๆ ในขณะที่เกมแนวเอาชีวิตรอด (Survival) จะใช้เวลานานมาก กว่าเราจะมีอาณาจักรอันใหญ่โต แต่ Palworld กลับย่อช่วงอันแสนยาวนานนี้ให้เหลือเพียงแค่ชั่วอึดใจครับ

สรุปประเด็น
จากที่เล่ามาจะเห็นได้ว่า ความสำเร็จของเกม Palworld นั้นมิได้มาจากกระแสประเดี๋ยวประด๋าว แต่มาจากการที่ตัวเกมแสดงให้ผู้เล่นเห็นว่า มันคือเกมที่มีของดีอยู่ในตัว โดยเฉพาะในแง่ของความสนุก ความแปลกใหม่ หรือความไปสุดของตัวเกม ที่บอกเลยว่าถึงแม้ผมจะเป็นแฟนโปเกมอน แต่ก็ต้องยอมรับว่า Palworld นั้นคือเกมที่สนุกจริง ๆ และไม่เเปลกใจเลยว่าทำไมมันถึงเป็นเกมที่ทำยอดขาย หรือมีผู้เล่นสูงขนาดนี้ครับ
อ้างอิง : artculture , GameDeveloper