Guillermo del Toro ผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดังระดับโลก เจ้าของผลงานรางวัลออสการ์และภาพยนตร์ระดับตำนานอย่าง Pan’s Labyrinth ได้ออกมาเปิดเผยผ่านบทสัมภาษณ์พิเศษในโอกาสครบรอบ 20 ปีของภาพยนตร์เรื่องดังกล่าว ถึงมุมมองและรสนิยมการเล่นเกมส่วนตัว โดยเขาได้สร้างความประหลาดใจให้กับแฟนเกมทั่วโลก ด้วยการเปิดเผยว่าเขาใช้เวลาเล่นเกมมือถือชื่อดังอย่าง Angry Birds อยู่ตลอดเวลาทุกวันที่มีเวลาว่าง และยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่าเขาฝีมือดีมากกับเกมนี้
ตามรายงานจากสำนักข่าว IGN ระบุว่า นอกจากเกมมือถือสีสดใสแล้ว ผู้กำกับชื่อดังยังได้เอ่ยถึงเกมคอนโซลและพีซีระดับคุณภาพหลายเกมที่ส่งผลต่ออารมณ์ความรู้สึกและสร้างแรงบันดาลใจให้เขาอย่างลึกซึ้ง ไม่ว่าจะเป็น Death Stranding ผลงานของ Hideo Kojima (ซึ่ง del Toro ได้ร่วมแสดงและสแกนใบหน้าเป็นตัวละครในเกม) ที่เขาเผยว่าเคยทำเอาเขาน้ำตาซึมมาแล้ว, Shadow of the Colossus ที่ทำให้เกิดการขบคิดและตกผลึกในใจเกี่ยวกับสิ่งต่างๆ, Bioshock ที่เป็นโลกซึ่งเขาสามารถจมหายเข้าไปได้เป็นเวลานาน รวมถึงเกมอินดี้ระดับขึ้นหิ้งอย่าง Journey, Left 4 Dead และ Monument Valley

อย่างไรก็ตาม ในระหว่างการสัมภาษณ์ del Toro ได้เอ่ยถึงเกมแนว Roguelite Action-Metroidvania ยอดฮิตอย่าง Dead Cells โดยเขาชื่นชอบความสนุกและความน่าสนใจของตัวเกมมาก แต่ก็ได้ฝากข้อความติดฮาไปถึงทีมพัฒนาว่า อยากได้ตัวเกมเวอร์ชันที่ไม่ต้องเริ่มต้นใหม่นับหนึ่งใหม่ทุกครั้งที่ตัวละครตาย โดยเขากล่าวว่า "ผมเกลียดการ Respawn มาก เพราะพอเล่นไปได้สัก 35 เลเวลแล้วตาย คุณก็ต้องกลับไปเริ่มใหม่อีกรอบ จริงอยู่ว่าคุณอาจจะเล่นได้ไวขึ้น แต่นักพัฒนาช่วยทำเวอร์ชันที่ไม่ต้องเริ่มใหม่ให้ผู้เล่นรุ่นใหญ่หน่อยได้ไหม ผมพร้อมเสมอนะ ติดต่อผมมา แล้วส่งตัวเกมมาให้ผมที ผมขอร้องละ!"
หลังจากบทสัมภาษณ์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป Motion Twin สตูดิโอผู้พัฒนาเกม Dead Cells ก็ได้ส่งข้อความตอบกลับผู้กำกับชื่อดังผ่านสื่อด้วยความยินดีและรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่ง โดยระบุว่าพวกเขาสมควรนำช่วงเวลานี้ไปใส่ไว้ใน Cabinet of Curiosities (ห้องสะสมของแปลก) ของสตูดิโอ พร้อมกับชี้แจงว่าจริงๆ แล้วภายในเกมมีระบบช่วยเหลือผู้เล่นที่เรียกว่า Assist Mode (ซึ่งถูกอัปเดตเข้ามาตั้งแต่เวอร์ชัน 2.9) อยู่แล้ว

ทาง Motion Twin ได้อธิบายเพิ่มเติมว่า ระบบ Assist Mode ในเกม Dead Cells ออกแบบมาเพื่อให้ผู้เล่นสามารถปรับแต่งระดับความยากตามความสะดวกของตนเอง โดยสามารถเลือกตั้งค่าให้ตัวละครคืนชีพ ณ จุด Checkpoint หรือจุดเริ่มต้นของ Biome (ฉาก) ปัจจุบันได้ทันทีโดยไม่ต้องกลับไปเริ่มเล่นใหม่ตั้งแต่ต้นเกม นอกจากนี้ ผู้เล่นยังสามารถปรับแต่งรายละเอียดอื่นๆ ได้อีกมากมาย เช่น การลดความเร็วในการทำงานของกับดัก, การขยายหน้าต่างเวลาในการสวนกลับ (Parry Windows) ให้กดง่ายขึ้น หรือแม้กระทั่งการเปิดโหมดโจมตีอัตโนมัติ (Auto-hit mode) ซึ่งน่าจะช่วยให้ผู้กำกับระดับตำนานสามารถเพลิดเพลินกับเกมจนจบได้อย่างแน่นอน
ที่มา IGN