อุตสาหกรรมเกมในยุคปี 2000-2009 นอกจากเกมซีรีส์ Grand Theft Auto (GTA) แล้ว ค่าย Rockstar Games ยังเคยโด่งดังอย่างมากจากแฟรนไชส์เกมแข่งรถสตรีทเรซซิ่งชื่อดังอย่าง Midnight Club ทว่าหลังจากวางจำหน่ายภาค Los Angeles ในปี 2008 ตัวซีรีส์กลับเงียบหายไปอย่างไร้ร่องรอยและไม่มีภาคใหม่ออกมาอีกเลย
เว็บไซต์ Insider Gaming ผ่านการสัมภาษณ์ Kris Roberts อดีตผู้ดูแลการออกแบบระดับสูงของ Rockstar Games (ผู้อยู่เบื้องหลังซีรีส์ Midnight Club และระบบมัลติเพลเยอร์ของ Red Dead Redemption) ได้ออกมาเปิดเผยผ่าน รายการ Podcast ของ Kiwi Talkz ถึงสาเหตุที่ Midnight Club 5 ไม่เคยเกิดขึ้นจริง

Roberts เล่าว่า หลังจากเสร็จสิ้นโปรเจกต์เดิม ทีมพัฒนาหลักที่ Rockstar San Diego ได้เริ่มซุ่มทำตัว prototype สำหรับ Midnight Club 5 แล้ว โดยช่วงแรกได้วางแผนให้ฉากหลังของภาคใหม่เกิดขึ้นในเมืองลอนดอน แต่สุดท้ายโปรเจกต์นี้กลับถูกสั่งยกเลิกกะทันหัน
สาเหตุหลักมาจากความขัดแย้งที่ไม่ธรรมดาระหว่างทีมบริหารของ Rockstar New York (สำนักงานใหญ่) และทีมพัฒนา Rockstar San Diego ซึ่งส่วนหนึ่งเกิดจากการส่งงานล่าช้ากว่ากำหนดหลายครั้งในยุคที่ยังไม่มีระบบอัปเดตผ่านดิจิทัล ทำให้เกิดความเสียหายทางธุรกิจ อย่างไรก็ตาม อีกปัจจัยสำคัญคือเรื่องของ "การควบคุมงานสร้างสรรค์" และการถูกเปรียบเทียบ
"มุมมองจาก New York คือ 'พวกนายไม่ใช่ GTA' แม้พวกเราจะทำงานได้ดีในระดับโลก แต่มันเหมือนพวกเราเป็นแค่ลูกหัวเน่าที่ได้รับการดูแลแย่กว่า มันเป็นเรื่องที่ท้าทายมาก" Roberts เปิดเผย

เขายังกล่าวเสริมอีกว่า ถึงแม้ข้อมูลยอดขายและจำนวนผู้เล่นของ Midnight Club จะพิสูจน์แล้วว่าสามารถต่อกรกับคู่แข่งอย่าง Need for Speed หรือ Burnout ได้อย่างยอดเยี่ยม แต่สำหรับค่ายใหญ่อย่าง Rockstar นั่นยังไม่เพียงพอ และหลังจากโปรเจกต์ภาค 5 ถูกยกเลิก ทีมงานบางส่วนก็ถูกโยกไปทำระบบ RAGE Engine และเกม Red Dead Redemption ขณะที่พนักงานที่เหลือถูกเลย์ออฟปิดฉากตำนานเกมแข่งรถลงทันที
ที่มา Insider Gaming