เว็บไซต์ Gamesradar+ รายงานว่า Pearl Abyss ผู้พัฒนาเกมยักษ์ใหญ่จากประเทศเกาหลีใต้ ได้เปิดเผยรายงานทางการเงินประจำไตรมาสที่ 2 ของปี 2026 แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จอันล้นหลามของ Crimson Desert เกมแอ็กชันโอเพนเวิลด์ฟอร์มยักษ์ที่ทำรายได้ประเมินสูงถึง 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 7,000 ล้านบาท) ภายในระยะเวลาเพียง 2 สัปดาห์หลังการวางจำหน่าย พร้อมคว้าคำชมในระดับ 'Very Positive' บน Steam จากการรีวิวของผู้เล่นมากกว่า 100,000 รายการ
ผลจากความสำเร็จระดับบล็อกบัสเตอร์นี้ ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายด้านแรงงาน (Labor Expenses) ของ Pearl Abyss ในไตรมาสที่ 2 พุ่งสูงขึ้นถึง 94% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากบริษัทได้อนุมัติสั่งจ่าย 'เงินโบนัสตามผลงาน' (Performance Bonus) ให้แก่พนักงานทั้งหมด 1,035 คน ซึ่งเป็นจำนวนบุคลากรทั้งหมดของบริษัท ณ สิ้นสุดไตรมาส เพื่อเป็นการตอบแทนความทุ่มเทในการผลักดันให้ตัวเกมประสบความสำเร็จอย่างงดงาม

แม้รายงานล่าสุดจะระบุว่ายอดขายในไตรมาสที่ 2 เริ่มชะลอตัวลงตามวงจรธรรมชาติของเกมเล่นเดี่ยว แต่ Pearl Abyss ได้ยืนยันอย่างชัดเจนว่า 'Crimson Desert ไม่ใช่เกมภาคเดียวจบ' แต่ถูกวางรากฐานให้เป็นแฟรนไชส์หลัก (Flagship IP) เพื่อการเติบโตในระยะยาว โดยทางค่ายได้เปิดเผยแผนการขยายจักรวาลตัวเกมออกเป็น 3 ส่วนหลัก ดังนี้:
แผนการปล่อย DLC ในปี 2026: ทีมงานกำลังเร่งพัฒนาเนื้อหาเสริม (DLC) ชุดแรกซึ่งมีกำหนดจะวางจำหน่ายภายในปีนี้ โดยจะเปิดเผยรายละเอียดเรื่องราคา วันวางขาย และเนื้อหาเพิ่มเติมในไตรมาสที่ 3
การศึกษาโหมด Multiplayer: ด้วยระบบการต่อสู้ที่ดุเดือดและโลกเปิดที่กว้างใหญ่ ทางทีมงานกำลังประเมินความเป็นไปได้ทางเทคนิค รวมถึงโครงสร้างเซิร์ฟเวอร์และการปรับสมดุลเกม เพื่อนำระบบผู้เล่นหลายคนเข้ามาเสริมในอนาคต
การพัฒนาภาคต่อและคอนเทนต์ใหม่: บริษัทเปิดกว้างสำหรับการพัฒนาเกมภาคต่อ (Sequel Titles) รวมถึงการขยายไปสู่แพลตฟอร์มอื่นๆ เพื่อสร้างให้ Crimson Desert เป็นจักรวาลที่ยั่งยืน

ที่มา Gamesradar+