Rhys Elliott นักวิเคราะห์วงการเกมจาก Alinea Analytics ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลประมาณการยอดขายของ Halo: Campaign Evolved เกมรีเมกภาคสร้างใหม่ของแฟรนไชส์ยิงระดับตำนาน โดยระบุว่าตัวเกมทำยอดขายไปได้ราว 1.2 ล้านชุด และสร้างรายได้ประมาณ 67 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
เมื่อเจาะลึกสัดส่วนยอดขายตามแพลตฟอร์ม พบว่าฝั่ง Xbox (ทั้งบนคอนโซลและ PC) ครองสัดส่วนมากที่สุดที่ 42% ถัดมาคือ PlayStation 5 ที่ 41% (ประมาณ 5.44 แสนชุด) และบน Steam อีก 17% นอกจากนี้ ด้วยความที่เป็นเกม First-party ของ Xbox ทำให้ตัวเกมลงระบบ Game Pass ตั้งแต่วันแรก ส่งผลให้มีผู้เล่นเข้าร่วมผ่านระบบสมัครสมาชิกราว 2.1 ล้านคน และมีผู้เล่นเกือบ 6 แสนคนยอมจ่ายเงินเพิ่มอีก $20 เพื่อซื้อสิทธิ์เข้าเล่นล่วงหน้า 5 วัน
สำหรับสาเหตุที่ทำให้ยอดขายของเกมรีเมกระดับตำนานนี้ดูซบเซา นักวิเคราะห์มองว่ามีปัจจัยหลักมาจาก:
ราคาสูงเกินไปแต่คอนเทนต์น้อย: ตัวเกมวางจำหน่ายในราคา $50 แต่มีเพียงโหมดแคมเปญเล่นเดี่ยวและภารกิจโบนัสเพิ่มเข้ามาเล็กน้อย โดยไม่มีโหมดแข่งขัน Multiplayer มาให้
ผลกระทบจาก The Master Chief Collection (MCC): บน Steam มีผู้เล่นครอบครองเกมชุด MCC มากถึง 8.5 ล้านคน ซึ่งเป็นแพ็กเกจที่คุ้มค่ากว่าเพราะได้เล่นทั้งโหมดแคมเปญหลายภาคและมีระบบ Multiplayer ครบครันในราคาที่ถูกกว่า
กลุ่มเป้าหมายบน PlayStation: แม้จะข้ามไปลง PS5 แต่กลุ่มผู้เล่นที่อุดหนุนส่วนใหญ่กลับเป็นกลุ่มแฟนเกมรุ่นเก๋าอายุช่วง 32–40 ปีที่เคยเล่น Xbox 360 ในอดีตแล้วย้ายค่ายมา มากกว่าจะเป็นการดึงดูดผู้เล่นหน้าใหม่ของ PlayStation
ทั้งนี้ นักวิเคราะห์ทิ้งทายว่า หากในอนาคตมีการประกาศเปิดตัว Halo 2 Remake พร้อมจัดเต็มโหมด Multiplayer แบบครบถ้วน ก็มีโอกาสสูงมากที่จะทำยอดขายได้ทะลุเป้ามากกว่าภาคนี้
ที่มา Rhys Elliott(X)