Apple ประกาศเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในงานอีเวนต์ใหญ่ประจำเดือนกันยายน โดยมีไฮไลต์สำคัญอยู่ที่ iPhone Duo สมาร์ตโฟนหน้าจอพับได้รุ่นแรกของค่าย ตัวเครื่องมาพร้อมหน้าจอด้านนอกขนาด 5.4 นิ้ว และสามารถกางออกเป็นหน้าจอขนาดใหญ่ 7.6 นิ้วสำหรับการรับชมวิดีโอ เล่นเกม และการทำงานแบบมัลติทาสก์ โดยทั้งสองหน้าจอใช้อัตราส่วนภาพเดียวกันเพื่อให้คอนเทนต์ปรับขนาดได้อย่างพอดี ขับเคลื่อนด้วยชิปประมวลผล A20 Pro ระบบระบายความร้อนแบบ Vapour Chamber แบตเตอรี่คู่ และบานพับเสริมความแข็งแกร่งที่มีชิ้นส่วนมากกว่า 100 ชิ้น รองรับการพรีวิวภาพถ่ายผ่านจอนอก ถ่ายเซลฟี่ด้วยกล้องหลัง และตั้งวางเพื่อวิดีโอคอลแบบแฮนด์ฟรี เปิดสั่งจองล่วงหน้าวันที่ 16 ตุลาคม และเริ่มวางจำหน่ายในวันที่ 23 ตุลาคม
iPhone Duo
- ความจุ 256GB - ราคา 79,900 บาท
- ความจุ 512GB - ราคา 87,900 บาท
- ความจุ 1TB - ราคา 103,900 บาท
- ความจุ 2TB - ราคา 127,900 บาท
นอกจากมือถือจอพับแล้ว ทางฝั่งของ iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max ก็ได้รับการอัปเกรดเพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้สายถ่ายภาพระดับโปร ด้วยกล้องหลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซลที่มาพร้อมระบบรูรับแสงแบบปรับค่าได้ (Variable Aperture) ช่วยให้ควบคุมระยะชัดลึกและแสงได้อย่างอิสระ ควบคู่ไปกับการควบคุมแบบแมนนวลทั้งสปีดชัตเตอร์และไวท์บาลานซ์ นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์เด่นอย่าง Apple Reference Image ที่เก็บข้อมูลเซนเซอร์ภาพถ่ายแบบดิจิทัลเพื่อใช้ยืนยันและเปรียบเทียบกับภาพที่ผ่านการตัดต่อ ซึ่งถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการแยกแยะภาพถ่ายจริงออกจากภาพ AI โดย iPhone 18 Pro มีกำหนดวางจำหน่ายในวันที่ 18 กันยายนนี้
iPhone 18 Pro
- ความจุ 256GB - ราคา 48,900 บาท
- ความจุ 512GB - ราคา 56,900 บาท
- ความจุ 1TB - ราคา 72,900 บาท
- ความจุ 2TB - ราคา 96,900 บาท
iPhone 18 Pro Max
- ความจุ 256GB - ราคา 52,900 บาท
- ความจุ 512GB - ราคา 60,900 บาท
- ความจุ 1TB - ราคา 76,900 บาท
- ความจุ 2TB - ราคา 100,900 บาท
ทางด้านอุปกรณ์สวมใส่ Apple ได้เปิดตัว Apple Watch Series 12 และ Apple Watch Ultra 4 ที่ใช้ชิปเซ็ต S11 พร้อมเซนเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจที่ถี่ขึ้น และเพิ่มคะแนน Readiness สำหรับประเมินความพร้อมของร่างกายจากข้อมูลการนอนและการออกกำลังกาย โดย Series 12 เพิ่มฟีเจอร์ Siri Recap ช่วยสรุปการสนทนา และ Live Rewind สำหรับแสดงข้อความถอดเสียงย้อนหลัง 15 วินาที พร้อมมีสัญญาณแจ้งเตือนรอบข้างเพื่อความเป็นส่วนตัว โดยนำตัวเรือนเซรามิกสี Pearl White และ Night Blue กลับมาอีกครั้ง ใช้งานได้นานสูงสุด 50 ชั่วโมง ปิดท้ายด้วยหูฟัง AirPods 5 ที่เพิ่มระบบตัดเสียงรบกวนแบบ Active Noise Cancellation (ANC) ซึ่งเคลือบว่าลดเสียงภายนอกได้ดีกว่าเดิม 50% โดยอุปกรณ์ทั้งหมดพร้อมวางจำหน่ายวันที่ 18 กันยายนนี้เช่นเดียวกัน
Apple Watch Series 12
- อะลูมิเนียม
42 มม. - 14,900 บาท
46 มม. - 16,900 บาท - ไทเทเนียม
42 มม. - 25,900 บาท
46 มม. - 27,900 บาท - เซรามิก
42 มม. - 33,700 บาท
46 มม. - 35,700 บาท
Apple Watch Ultra 4
- สายแบบ Alpine Loop - ราคา 29,900 บาท
- สายแบบ Trail Loop - ราคา 29,900 บาท
- สายแบบ Ocean Band - ราคา 29,900 บาท
- สายแบบ Milanese Loop ไทเทเนียม - ราคา 29,900 บาท
AirPods 5
- แบบธรรมดา - ราคา 4,790 บาท
- พร้อมเคสชาร์จแบบไร้สาย - ราคา 5,490 บาท
Source : Apple