Hideo Kojima เผย! การพัฒนา OD เป็นไปได้ด้วยดีแต่ที่เงียบเพราะอยากจะเปลี่ยนแนวทางการทำงานดูบ้าง

แชร์เรื่องนี้:
Hideo Kojima เผย! การพัฒนา OD เป็นไปได้ด้วยดีแต่ที่เงียบเพราะอยากจะเปลี่ยนแนวทางการทำงานดูบ้าง

เว็บไซต์ GamingBolt รายงานบทสัมภาษณ์ล่าสุดของ Hideo Kojima ผ่านรายการพอดแคสต์ KOJI10 โดยเขาได้ออกมาเปิดเผยความคืบหน้าเกี่ยวกับโปรเจกต์เกมสยองขวัญอย่าง OD ซึ่งเป็นผลงานที่แฟนๆ น่าจะได้สัมผัสก่อนโปรเจกต์ Physint ที่ยังคงต้องใช้เวลาพัฒนาอีกยาวไกล โดย Kojima ได้อธิบายถึงสาเหตุที่เกม OD ไม่ค่อยมีการปล่อยข้อมูลความคืบหน้าออกมามากนักว่า "นี่ไม่ได้หมายความว่าเราไม่ได้สร้างเกมอยู่ ผมแค่ต้องการจะเก็บเงียบไว้แล้วปล่อยเกมออกมาเลยทีเดียว" ซึ่งเขายอมรับว่าแนวทางนี้ถือเป็นความลึกลับและเป็นเรื่องที่ผิดแปลกไปจากสไตล์ปกติของเขา ที่มักจะปล่อยทีเซอร์ออกมาให้แฟนๆ ชมกันอย่างต่อเนื่อง

ในด้านของการพัฒนานั้น Kojima เผยว่าแม้จะเกิดความล่าช้าอย่างหนักจากการประท้วงของกลุ่ม SAG-AFTRA จนถึงปีที่แล้ว แต่ปัจจุบันทีมงานได้เริ่มถ่ายทำมาตั้งแต่เดือนมิถุนายนและจะดำเนินต่อไปจนถึงสิ้นปีนี้ การถ่ายทำดำเนินไปได้ด้วยดีควบคู่ไปกับการพัฒนาเกม อย่างไรก็ตาม เขาเปิดเผยว่าในช่วงที่ผ่านมาทีมงานจำเป็นต้องใช้นักแสดงแทน (Stand-ins) สำหรับตัวเกมเวอร์ชันชั่วคราว และกระบวนการนำข้อมูลที่ถ่ายทำจริงไปใส่แทนที่ในตัวเกมเต็มนั้นต้องใช้ความพยายามอย่างมาก ซึ่งสื่อคาดการณ์ว่าแฟนๆ อาจจะได้ยินข่าวคราวเพิ่มเติมของเกม OD ภายในปี 2027 ทั้งนี้ ตัวเกมถูกประกาศสร้างครั้งแรกในปี 2023 แต่เป็นคอนเซปต์ที่มีมาตั้งแต่ช่วงสร้างเกม Death Stranding ภาคแรก โดยตัวเกมจะมีระบบที่ช่วยให้ผู้เล่นสามารถเล่นต่อไปได้แม้จะรู้สึกว่าตัวเกมมีความน่ากลัวเกินไปก็ตาม

ในขณะเดียวกัน ทาง Xbox ดูเหมือนจะพึงพอใจอย่างมากกับการได้เป็นผู้จัดจำหน่ายโปรเจกต์ใหญ่ถึงสองเกมจาก Kojima Productions (หลังจากที่ Sony ถอนตัวจากโปรเจกต์ Physint) นอกจากนี้ Asha Sharma ซีอีโอของ Xbox ยังได้ออกมาปฏิเสธข่าวลือเรื่องทุนสร้างที่สูงเกินจริงของเกม OD โดยระบุว่าต้นทุนการสร้างเกมนี้อยู่ในระดับที่ "ต่ำกว่ามาก" เมื่อเทียบกับต้นทุนการสร้างเกมระดับพรีเมียมทั่วไป

นอกเหนือจากการอัปเดตข้อมูลเกม OD แล้ว Kojima ยังได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เชิงรู้สร้าง (Generative AI) อย่าง DLSS 5 โดยเขายอมรับว่ามีความรู้สึกก้ำกึ่งต่อเทคโนโลยีนี้ แม้ AI จะมีความสามารถที่ยอดเยี่ยมในการชุบชีวิตภาพถ่ายเก่าๆ หรือการเติมสีสันให้รูปภาพ ซึ่งอาจทำให้กระบวนการรีมาสเตอร์ภาพยนตร์เก่าความละเอียด 4K ที่ต้องทำด้วยมือถูกแทนที่ด้วย AI อย่างง่ายดายในอนาคต แต่สำหรับการทำงานในฐานะผู้สร้างสรรค์ เขามองว่า AI อาจทำให้สูญเสียเจตนารมณ์ของศิลปินไปได้ โดยเขายกตัวอย่างขั้นตอนการจัดแสงในเกม Death Stranding 2: On the Beach ว่า "ในฐานะผู้สร้างผลงานต้นฉบับ ผมไม่อยากให้ใครมาเปลี่ยนแปลงมันมากเกินไป มันมีเหตุผลที่ผมเลือกการจัดแสงในรูปแบบนั้น มันคงจะแตกต่างออกไปหาก AI สามารถเข้าใจเจตนารมณ์เหล่านั้นได้"

Kojima ระบุชัดเจนว่าเขาไม่ชอบแนวคิดที่ AI จะสามารถเปลี่ยนแปลงสิ่งต่างๆ ในเกมได้เองโดยปราศจากการควบคุมจากผู้สร้าง แม้เขายอมรับว่าเทคโนโลยีนี้อาจกลายเป็นมาตรฐานของอุตสาหกรรมในท้ายที่สุด และในอนาคต AI อาจจะสามารถทำงานแทนวิศวกรหรือทีมโปรดักชันได้ทั้งหมดโดยอัตโนมัติ ซึ่งเขาได้กล่าวทิ้งท้ายว่า "ในอีกร้อยปีข้างหน้า ความละเอียดของภาพอาจจะสูงยิ่งขึ้นไปอีก แต่ผมไม่ค่อยชอบไอเดียนี้เท่าไรนัก" ทั้งนี้ Kojima มักจะนำเสนอประเด็นเกี่ยวกับ AI ที่เข้ามาควบคุมโลกผ่านผลงานเกมของเขาอยู่เสมอ เช่น แผน S3 ใน Metal Gear Solid 2 และระบบ Sons of Patriot ใน Metal Gear Solid 4 ซึ่งต้องติดตามกันต่อไปว่าธีมเหล่านี้จะปรากฏในเกมสายลับแนวใหม่อย่าง Physint ด้วยหรือไม่

สำหรับเทคโนโลยี DLSS 5 นั้น เพิ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการพร้อมกับเกม NBA 2K27 เมื่อเดือนที่ผ่านมา โดยเทคโนโลยีนี้เผชิญกับเสียงวิจารณ์มาตั้งแต่ช่วงเปิดตัวต้นปี หลังจากการสาธิตแสดงให้เห็นว่ามันสามารถเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ของตัวละครได้ เช่น กรณีการเปลี่ยนรูปลักษณ์ของ Grace Ashcroft ตัวเอกในเกม Resident Evil Requiem ซึ่งทาง Jensen Huang ซีอีโอของ Nvidia ได้ออกมาชี้แจงต่อข้อวิจารณ์นี้ว่า เขาเองก็ไม่ได้ชื่นชอบภาพ AI ที่ดูไร้คุณภาพ (AI slop) และเทคโนโลยี DLSS 5 จะนำเสนอผลลัพธ์ที่แตกต่างจากภาพ AI ทั่วไปอย่างแน่นอน

ที่มา GamingBolt

แชร์เรื่องนี้:
Badeedooboy
Badeedooboy

Content Writer

เรื่องที่เกี่ยวข้อง