อดีตบอสใหญ่ PlayStation ชี้! วงการควรเน้นสร้างเกม 20-25 ชั่วโมงที่อัดแน่นคุณภาพ ไม่ซ้ำซากน่าเบื่อ

แชร์เรื่องนี้:
อดีตบอสใหญ่ PlayStation ชี้! วงการควรเน้นสร้างเกม 20-25 ชั่วโมงที่อัดแน่นคุณภาพ ไม่ซ้ำซากน่าเบื่อ

เว็บไซต์ GamesRadar+ นำเสนอทัศนะที่น่าสนใจของ Shawn Layden อดีตซีอีโอของ Sony Interactive Entertainment Worldwide Studios ที่ได้ออกมาแสดงความเห็นผ่านรายการพอดแคสต์ Expansion Pass เกี่ยวกับทิศทางของอุตสาหกรรมวิดีโอเกมในปัจจุบัน โดยเขามองว่าค่ายเกมควรหันกลับมาโฟกัสกับการสร้างผลงานที่มีขนาดเล็กลง เพื่อส่งผลดีต่อทุกฝ่ายในวงการ

Layden กล่าวว่าเขาเคยมีส่วนร่วมกับเกมที่มีความยาวระดับ 80 ถึง 100 ชั่วโมงมามากมาย และเขากล้าพูดเป็นคนแรกเลยว่าชั่วโมงเหล่านั้นไม่ได้มีคุณภาพไปเสียทั้งหมด บางครั้งมันก็เป็นแค่การวิ่งข้ามทะเลทรายเพื่อไปหยิบกุญแจสีแดงมาเปิดประตูสีแดง เขาจึงอยากเห็นโลกที่ผู้พัฒนาสร้างเกมความยาวเพียง 20 ถึง 25 ชั่วโมงแต่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นเร้าใจ เหมือนกับการดูภาพยนตร์แอ็กชันของ John Woo ที่ทำให้ผู้เล่นไม่สามารถวางจอยคอนโทรลเลอร์ลงได้

เขาวิเคราะห์ว่ารากฐานของการยืดเยื้อเวลาในเกมนั้น เกิดจากวัฒนธรรมการเช่าตลับเกมในยุค 90 ที่ผู้พัฒนาพยายามออกแบบไม่ให้ผู้เล่นสามารถเคลียร์เกมจบได้ภายในช่วงสุดสัปดาห์เดียว ซึ่งค่านิยมดังกล่าวได้กลายมาเป็นรากฐานการออกแบบเกมจนถึงปัจจุบัน ทำให้เรามักจะเห็นเกมระดับ AAA อย่างซีรีส์ Assassin's Creed, Final Fantasy หรือเกมใหม่อย่าง Clair Obscur: Expedition 33 ที่ต้องใช้เวลาและพลังงานมหาศาลในการเล่น และมักจะมีการใส่คอนเทนต์เสริมหรือเควสต์ย่อยที่ซ้ำซากเข้ามาเพื่อยืดเวลา

อดีตผู้บริหาร PlayStation เชื่อมั่นว่า หากนักพัฒนาสามารถลดสเกลเกมลงและรักษาความกระชับของเนื้อหาเอาไว้ได้ ต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเกมจะหยุดพุ่งสูงขึ้นหรืออาจลดลงได้ในที่สุด ซึ่งประเด็นนี้น่าจับตามองอย่างมาก เมื่อพิจารณาจากบริบทที่เกมฟอร์มยักษ์อย่าง Battlefield 6, Physint หรือ GTA 6 ต้องใช้ทุนสร้างหลักร้อยล้านดอลลาร์ และปัญหาต้นทุนที่บานปลายนี้ก็เป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่นำไปสู่วิกฤตการเลิกจ้างพนักงานครั้งใหญ่ในอุตสาหกรรมเกมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ที่มา GamesRadar+

แชร์เรื่องนี้:
Badeedooboy
Badeedooboy

Content Writer

เรื่องที่เกี่ยวข้อง