เว็บไซต์ The Gamer รายงานว่า ซีรีส์เกมแข่งรถ Need for Speed มีประวัติคะแนนวิจารณ์บนเว็บไซต์ Metacritic ที่หลากหลาย ตั้งแต่คะแนน 89 (Need for Speed: Hot Pursuit 2) ไปจนถึงคะแนน 61 (Need for Speed Payback) โดย Hot Pursuit 2 เป็นภาคที่ได้คะแนนจากฝั่งสื่อสูงสุด ส่วน Most Wanted ได้คะแนนจากฝั่งผู้เล่นสูงสุด แต่หากนำคะแนนทั้งสองส่วนมารวมกัน Need for Speed: Underground 2 จะอยู่ในอันดับต้น ๆ ล่าสุด เกมภาคดังกล่าวได้รับการนำมาพอร์ตให้สามารถเล่นบนเว็บเบราว์เซอร์ได้จากผลงานของกลุ่มแฟนเกม
โปรเจกต์ดังกล่าว (ซึ่งผู้จัดทำระบุว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับค่าย Electronic Arts ที่เพิ่งมีประเด็นเรื่องการปิดสตูดิโอ BioWare) เป็นการนำเกม Underground 2 จากปี 2004 มาปรับปรุงให้ทำงานบนเว็บเบราว์เซอร์ โดยมีการเพิ่มระบบใหม่นอกเหนือจากการพอร์ตข้อมูลพื้นฐาน เช่น โหมด Free Roam ที่ให้ผู้เล่นขับรถสำรวจเมือง Bayview ได้ถูกปรับให้มีระบบเซิร์ฟเวอร์ออนไลน์ เพื่อให้ผู้เล่นสามารถขับรถร่วมกับผู้เล่นคนอื่น ๆ ได้ ซึ่งมีรายงานว่าในช่วงเวลา 03:00 น. (ตามเวลา ET) มีผู้เล่นเข้าใช้งานในระบบมากกว่า 1,000 คน
นอกจากนี้ ตัวเกมยังได้รับการปรับปรุงทางเทคนิคให้รองรับเฟรมเรต 120 FPS, สัดส่วนหน้าจอแบบกว้าง (Widescreen) และเพิ่มระบบแตรรถสำหรับใช้งานร่วมกับผู้เล่นอื่นในโหมดออนไลน์ ซึ่งสื่อรายงานว่าตัวเกมเวอร์ชันนี้สามารถทำงานได้ตามปกติ
อย่างไรก็ตาม สื่อต่างประเทศได้ตั้งข้อสังเกตว่าโค้ดของเกมเวอร์ชันนี้มีความเป็นไปได้ที่จะถูกเขียนขึ้นโดยการใช้ AI (AI-vibecoded) เนื่องจากในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เริ่มมีเกมเก่าถูกพอร์ตลงเวอร์ชัน PC และเบราว์เซอร์มากขึ้นจากเทคโนโลยี Generative AI เช่น Halo: Combat Evolved และโหมด Zombies ของ Call of Duty: Black Ops 1 ในขณะที่เกมอย่าง Super Mario Galaxy และ Kingdom Hearts 358/2 Days ก็ถูกทำวิศวกรรมย้อนกลับ (Decompiled) ด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้น นำไปสู่การพอร์ตลงแพลตฟอร์ม PC ประเด็นดังกล่าวทำให้เกิดข้อถกเถียงว่า แม้จะเป็นประโยชน์ในด้านการอนุรักษ์เกมเก่าให้เข้าถึงง่ายขึ้น แต่วิธีการพอร์ตโดยใช้ AI ยังคงเป็นประเด็นที่มีการตั้งคำถามในหลายฝ่าย
ที่มา The Gamer