18 ปีแห่งการต่อสู้! GOG เผยการอนุรักษ์เกม 'เกมที่ติด DRM คือเกมที่ไม่มีวันถูกอนุรักษ์ได้'

แชร์เรื่องนี้:
18 ปีแห่งการต่อสู้! GOG เผยการอนุรักษ์เกม 'เกมที่ติด DRM คือเกมที่ไม่มีวันถูกอนุรักษ์ได้'

ตามรายงานจากเว็บไซต์ GamesRadar+ ได้เผยแพร่บทความเจาะลึกเกี่ยวกับการทำงานของร้านค้าเกมดิจิทัลชื่อดังอย่าง GOG.com (ที่ย่อมาจาก Good Old Games) ซึ่งก่อตั้งขึ้นมาตั้งแต่ปี 2008 ด้วยจุดยืนที่ชัดเจนในการต่อต้านระบบป้องกันการละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ DRM (Digital Rights Management) เพื่อเป้าหมายสูงสุดในการ "อนุรักษ์ประวัติศาสตร์วิดีโอเกม"

Marcin Paczynski ผู้จัดการอาวุโสด้านการพัฒนาธุรกิจและพันธมิตรของ GOG ได้กล่าวประโยคเด็ดว่า "การอนุรักษ์เกมจะไม่มีวันเกิดขึ้นได้หากเกมนั้นๆ ยังมีระบบ DRM" เพราะแม้ระบบอย่าง Steam หรือ Denuvo จะช่วยป้องกันการละเมิดลิขสิทธิ์ แต่ในขณะเดียวกันมันก็สร้างกำแพงกั้นระหว่างผู้ใช้ที่ซื้อเกมอย่างถูกต้องกับตัวเกมเอง ด้วยเหตุนี้ เกมทุกเกมบน GOG จึงเป็นแบบ DRM-Free ที่มาพร้อมตัวติดตั้ง (Installer) แบบออฟไลน์ ให้ผู้เล่นสามารถดาวน์โหลด เก็บสำรองข้อมูล และนำไปติดตั้งเล่นเองได้ตลอดกาลโดยไม่ต้องพึ่งพาเซิร์ฟเวอร์ออนไลน์ ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของกลุ่มแคมเปญ Stop Killing Games ที่กำลังเรียกร้องสิทธิ์ในการครอบครองซอฟต์แวร์อย่างแท้จริงในยุคปัจจุบัน

นอกจากการเป็นแพลตฟอร์มขายเกมแล้ว GOG ยังทำหน้าที่เหมือนนักโบราณคดีแห่งวงการเกมอีกด้วย Paczynski เล่าว่าหลายครั้งที่ไปติดต่อค่ายเกมเพื่อขอลิขสิทธิ์เกมเก่ามาขาย สิ่งที่พวกเขาได้มามีเพียง "รายชื่อเกมในอีเมล" เท่านั้น ทางทีมงานซึ่งส่วนใหญ่เป็นเกมเมอร์ยุค 90s และ 00s จึงต้องไปรื้อค้นคอลเลกชันส่วนตัว หรือทุ่มเงินประมูลของสะสมหายากจาก Amazon และ eBay ไม่ว่าจะเป็นแผนที่ คู่มือ และเนื้อเรื่องเสริมต่างๆ นำมาแปลงเป็นไฟล์ดิจิทัล (Digitalize) เพื่อแจกให้ผู้ซื้อเกมได้สัมผัสประสบการณ์ที่สมบูรณ์แบบที่สุดเหมือนยุคก่อน

ส่วนประเด็นการนำเกมเก่ามาปรับปรุง (Quality of Life) Adam Ziółkowski โปรดิวเซอร์ด้านเทคนิคอธิบายว่า ทีมงานต้องถกเถียงกันอย่างหนักเพื่อหาเส้นแบ่งระหว่างการทำให้เกมเล่นง่ายขึ้นกับการทำลายเอกลักษณ์เดิม เช่น ในเคสของเกม Resident Evil ภาคแรก พวกเขาตัดสินใจคงระบบบังคับแบบรถถัง (Tank Controls) เอาไว้ เพราะความยากของเกมถูกออกแบบมาให้สอดคล้องกับระบบบังคับนี้มาตั้งแต่เมื่อ 20 ปีก่อน แต่ในทางกลับกัน เกมอย่าง Thief Gold ทาง GOG ยินดีที่จะร่วมมือกับนักทำม็อดเพื่อเพิ่มระบบรองรับคอนโทรลเลอร์เข้าไป เพราะมันช่วยให้เกมเล่นง่ายขึ้นโดยไม่เสียอรรถรสเดิม

อย่างไรก็ตาม อุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดของการอนุรักษ์เกมเก่าคือ "ฝันร้ายด้านลิขสิทธิ์" Paczynski ยกตัวอย่างเกมคลาสสิกอย่าง Dune ของสตูดิโอ Westwood ว่าปัจจุบัน EA ครอบครองซอร์สโค้ดของเกม แต่ไม่ได้ถือสิทธิ์ในแฟรนไชส์ (IP) ปัญหาคือ IP ของเกมนี้ไม่ได้อิงจากนิยายต้นฉบับ แต่ไปอิงลิขสิทธิ์จากเวอร์ชันภาพยนตร์ปี 1984 ซึ่งถือครองสิทธิ์ร่วมโดยค่าย Universal Pictures และโปรดิวเซอร์อย่าง Dino De Laurentiis... ซึ่งเขาเสียชีวิตไปเมื่อ 15 ปีก่อนแล้ว ทำให้การนำเกมนี้กลับมาวางจำหน่ายแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย

แม้จะมีอุปสรรคมากมายและต้องแข่งขันกับเกมเถื่อนที่หาโหลดได้ฟรีตามอินเทอร์เน็ต แต่ GOG ก็ยังคงเดินหน้าภารกิจนี้ต่อไป โดยปัจจุบันพวกเขาได้เปิดตัวโครงการ GOG Patrons ให้ผู้ใช้ที่ชื่นชอบอุดมการณ์สามารถจ่ายเงินสนับสนุน 5 ดอลลาร์ต่อเดือนเพื่อเป็นทุนในการตามหาและเจรจาลิขสิทธิ์เกมเก่า ซึ่งก็น่ายินดีที่มีเกมเมอร์กว่า 10,000 คน สมัครเข้าร่วมโครงการนี้เพื่อต่อลมหายใจให้เกมคลาสสิกคงอยู่ต่อไป

ที่มา GamesRadar+

GOG
แชร์เรื่องนี้:
Badeedooboy
Badeedooboy

Content Writer

เรื่องที่เกี่ยวข้อง