เว็บไซต์ Insider-Gaming ระบุว่า Unity Software บริษัทเทคโนโลยีผู้สร้างเอนจินเกมชั้นนำระดับโลก กำลังอยู่ในระหว่างการถูกทาบทามเพื่อเข้าซื้อกิจการอย่างเต็มรูปแบบโดยความร่วมมือระหว่างบริษัทไพรเวตอิควิตี (Private Equity) อย่าง Silver Lake Partners และกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติของซาอุดีอาระเบีย หรือ Public Investment Fund (PIF)
ข้อมูลจากแหล่งข่าววงในเปิดเผยว่า Silver Lake ซึ่งปัจจุบันถือหุ้นส่วนน้อยใน Unity ประมาณ 8% ได้พูดคุยและจับมือกับ PIF เพื่อเสนอข้อตกลงในการครอบครองบริษัท โดยมีการประเมินมูลค่าของ Unity ไว้ที่ประมาณ 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสูงกว่ามูลค่าตามราคาตลาด (Market Capitalization) ปัจจุบันที่อยู่ราว 21,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ รายงานระบุว่าทาง Unity ได้ว่าจ้างวาณิชธนกิจ (Investment Bank) เข้ามาเพื่อทำการประเมินข้อเสนอและทางเลือกต่างๆ แม้การเจรจาจะยังอยู่ในระยะเริ่มต้นและยังไม่มีความแน่นอนว่าข้อตกลงจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ก็ตาม แต่เพียงแค่มีกระแสข่าวดังกล่าวหลุดออกไป ก็ส่งผลให้ราคาหุ้นของ Unity ปรับตัวพุ่งสูงขึ้นเกือบ 15% ในทันที

ความน่าสนใจของความเคลื่อนไหวในครั้งนี้ คือการที่กลุ่มทุนทั้งสองรายอย่าง Silver Lake และ PIF เพิ่งจะสร้างความสั่นสะเทือนให้กับวงการเกมไปเมื่อไม่นานมานี้ ด้วยการทุ่มเม็ดเงินกว่า 55,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เข้าซื้อกิจการของ Electronic Arts (EA) ร่วมกับ Affinity Partners ซึ่งการเข้าซื้อกิจการในครั้งนั้นส่งผลกระทบต่อเนื่องจากการแบกรับภาระหนี้สิน จนนำไปสู่การปรับโครงสร้างองค์กรขนานใหญ่ การปลดพนักงาน และการยุบสตูดิโอระดับตำนานอย่าง BioWare ตลอดจนการยกเลิกโปรเจกต์เกม Mass Effect ภาคใหม่
ในส่วนของ Unity เองนั้น แม้จะเป็นเอนจินเบื้องหลังของเกมดังระดับโลกมากมายอาทิ Genshin Impact, Escape from Tarkov, Pokémon GO และ Call of Duty Mobile แต่บริษัทก็เผชิญกับช่วงเวลาที่ยากลำบากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นการเลิกจ้างพนักงานหลายระลอก (รวมถึง Larry ‘Major Nelson’ Hryb ที่ต้องพ้นสภาพพนักงานหลังร่วมงานได้เพียง 18 เดือน) ตลอดจนการเผชิญกับกระแสต่อต้านจากนักพัฒนาเกม กรณีการสนับสนุน AI และประเด็นอื้อฉาวเกี่ยวกับการเก็บค่าธรรมเนียมติดตั้งเกม (Runtime Fee) ที่กระทบต่อนักพัฒนาเกมรายย่อยอย่างหนักเมื่อไม่กี่ปีก่อนหน้านี้
ที่มา Insider-Gaming