“ไม่มีพระเจ้า ไม่มีราชา มีเพียงเเต่มนุษย์”
ถึงเเม้ว่าเกม Bioshock จะถูกผู้คนลืมเลือนจากสายธารเเห่งกาลเวลา เเต่ถึงกระนั้นความทรงจำเกี่ยวกับตัวเกมก็มิเคยจางหายไปจากใจของผมเลย เพราะสำหรับกระผมเเล้ว Bioshock ถือว่าเป็นเกมหนึ่งซึ่งมีเรื่องราวอันลุ่มลึก เเละยังเเฝงประเด็นทางการเมืองมาอย่างเเยบยล จนพูดได้ว่ามันคือวรรณกรรมเสียดสีสังคมการเมืองชั้นยอดเล่มหนึ่งเลยก็ว่าได้
โดยหนึ่งในตัวละครที่เป็นเเก่นเเกนของเรื่องเลยก็คือ Andrew Ryan อภิมหาเศรษฐีอัจฉริยะผู้สร้างนครบาดาลอย่าง Rapture ขึ้นตามอุดมการณ์ของตน ซึ่งมันเป็นนครที่ปราศจากการแทรกแซงจากรัฐบาล กล่าวอย่างง่าย ๆ คือ ที่นี่เป็นสวรรค์สำหรับเหล่านายทุน นักวิจัยและนักธุรกิจเลยก็ว่าได้ เพราะที่เเห่งนี้ไม่มีการเก็บภาษีแต่อย่างใด รวมถึงใครอยากขายอะไร หรือวิจัยอะไรก็สามารถทำได้โดยไม่ติดข้อจำกัดเรื่องกฏหมายอีกด้วย อย่างไรก็ตามเหตุผลที่ทำให้ Ryan สร้างเมืองเเห่งนี้ขึ้นส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะเขาไม่เห็นด้วยกับการเข้ามายุ่งเกี่ยวของรัฐบาล โดยเฉพาะพวกนโยบายสังคมนิยมที่เก็บภาษีในอัตราสูงเพื่อความเท่าเทียมทางสังคม เพราะสำหรับเขาเเล้ว คนที่รอคอยความช่วยจากรัฐนั้นก็ไม่ต่างอะไรจากปรสิตที่ดีเเต่จะมาเกาะกินความสำเร็จจากเขา ดังเช่นที่เขากล่าวไว้ว่า
“มนุษย์ลงมือทำ เเต่ปรสิตถามว่า 'แล้วส่วนของฉันล่ะ?' มนุษย์สร้าง ปรสิตมัวเเต่อ้างว่า 'เเล้วคนอื่นจะมองอย่างไรล่ะ?' มนุษย์คิดค้น ปรสิตเอาเเต่พูดว่า 'ระวังอย่าไปล่วงเกินพระเจ้าล่ะ' นี่ละคือความเเตกต่างระหว่างมนุษย์กับปรสิต”

อีกทั้งเขาเองก็ยังเชื่อมั่นว่าสังคมจะก้าวหน้าได้อย่างเต็มที่ หากเราปล่อยให้กลไกตลาดทำงานของมันเอง หรือปล่อยให้มือที่มองไม่เห็นจัดการ (ถ้าอิงจากศัพท์างเศรษฐศาสตร์จะเรียกว่า Invisible Hand หรือมือที่มองไม่เห็น เเต่ในเกมจะใช้คำว่า The Great Chain เเทน) ดังที่เขากล่าวว่า
“ข้าพเจ้าไม่เชื่อในพระเจ้า แต่มีสิ่งหนึ่งที่ทรงพลังยิ่งกว่าเราทุกคน นั่นคือ ห่วงโซ่ของอุตสาหกรรมที่รวมเราไว้ด้วยกัน แต่มันจะดึงสังคมไปในทิศทางที่ถูกต้องก็ต่อเมื่อเราต่อสู้เพื่อผลประโยชน์ของตนเองเท่านั้น โซ่เส้นนี้ทรงพลังและลึกลับเกินกว่าที่รัฐบาลใดจะชี้นำได้”
โดยอุดมการณ์ของ Ryan ที่เราได้กล่าวไป ในเเง่หนึ่งมันก็ได้รับอิทธิพลมาจากเเนวคิดทางปรัชญาเเบบ Objectivsm ของนักปรัชญาเเละนักเขียนชาวอเมริกันเชื้อสายรัสเซียนามว่า Ayn Rand (เเนวคิดเเบบ Objectivsm ของ Ayn Rand จะสะท้อนออกมาผ่านงานเขียนหลายชิ้นของเธอ โดยเฉพาะนวนิยายสุดโด่งดังอย่าง Atlas Shrugged ที่เป็นนวนิยายซึ่งมีเเก่นเรื่องอยู่ที่การวิพากษ์วิจารณ์ รัฐที่พยายามเข้ามาควบคุมหรือยุ่งเกี่ยวกับระบบเศรษฐกิจมากจนเกินไป) ซึ่งเเนวคิดเเบบ Objectivsm ของเธอนั้น โดยเเก่นเเล้วจะเป็นเเนวคิดที่มีเนื้อหาสำคัญอยู่ 3 ประการด้วยกัน ดังต่อไปนี้

1.มันเป็นเเนวคิดที่ให้ความสำคัญกับเหตุผลเเละหลักฐานเชิงประจักษ์เท่านั้น เพราะมีเพียงเเค่สองอย่างนี้ที่ทำให้เราเข้าถึงความเป็นจริงได้ ดังนั้นเราจึงไม่ควรเชื่ออะไรก็ตามที่พิสูจน์ด้วยเหตุผลหรือหลักฐานเชิงประจักษ์ไม่ได้ อย่างเช่น พระเจ้า หรือเรื่องลึกลับ เป็นต้น
2.ในขณะที่มุมมองทางจริยศาสตร์โดยทั่วไปมักจะมองว่าการเห็นประโยชน์ส่วนตัวเป็นสิ่งชั่วร้าย (Self-interest) เเนวคิดเเบบ Objectivsm กลับมองว่าเราควรจะทำอะไรโดยคำนึงถึงประโยชน์ส่วนตัวเป็นหลัก เพราะไม่มีอะไรที่มีค่าไปมากกว่าความสุขเเละชีวิตของตัวเราเองเเล้ว กล่าวคือ เราไม่ควรเสียสละให้ตนเองเดือดร้อนเพื่อผลประโยชน์ของผู้อื่น เเล้วก็ไม่ควรให้ผู้อื่นเสียสละผู้อื่นเพื่อผลประโยชน์ของตัวเราเองด้วยเช่นกัน ดังเช่นที่ Rand กล่าวไว้ว่า
"การมีความสุขเป็นสิ่งดี และการที่บุคคลพยายามไขวคว้าหาความสุขเป็นสิ่งดี มนุษย์ควรพัฒนาชีวิตตัวเองให้ดีขึ้น และให้มีความสุขในระยะยาว เพื่อที่จะได้มีความสุขในตอนนี้และต่อๆ ไป แต่เราก็ไม่ควรจะทำให้คนอื่นเดือดร้อนเพื่อที่จะมีความสุข และก็ไม่ควรทำให้ตัวเองเดือดร้อนเพื่อให้คนอื่นมีความสุข เราไม่ควรทำให้ตัวเองมีความสุขน้อยลงเพื่อความเชื่อทางศาสนา เช่น พระเจ้า"
3.การเห็นเเก่ประโยชน์ส่วนตน ที่ว่านี้ก็จะต้องวางอยู่บนเหตุผล ไม่ใช่อารมณ์ เพราะเหตุผลจะเป็นตัวบอกเราว่า อะไรเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์ส่วนตนต่อเราจริง ๆ หรืออะไรจะทำให้ชีวิตของเราพัฒนาหรือดีขึ้นได้ พูดง่าย ๆ คือเหตุผลจะทำให้เราคาดการณ์ได้ว่าการกระทำของเราจะเกิดผลอะไรขึ้นในอนาคต

กล่าวได้ว่าอุดมการณ์ของ Ryan นั้น ในเเง่หนึ่งมันก็เเสดงให้เห็นถึงเเนวคิดเเบบ Objectivsm ที่ให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ส่วนตนเป็นหลัก เเละมองว่าการเสียสละเป็นเรื่องที่น่าชิงชัง ดังนั้น เมืองที่เขาสร้างขึ้นจึงเป็นเมืองซึ่งไร้การเสียสละเพื่อผู้อื่นโดยสิ้นเชิง เป็นเมืองที่ไม่มีใครถ่วงเเข้งถ่วงขาผู้ประสบความสำเร็จ เป็นเมืองที่ผู้ชนะได้ทุกสิ่ง ส่วนผู้เเพ้ก็อยู่ตามยถากรรม หรือพูดง่าย ๆ ก็คือมันคือสรวงสวรรค์ของผู้ประสบความสำเร็จ เเต่คือนรกสำหรับผู้ล้มเหลวนั่นเองครับ
อย่างไรก็ตาม เเม้ว่าเมืองดังกล่าวนี้จะดีสำหรับผู้ชนะ เเต่ถึงอย่างนั้นตัวเกมก็พยายามจะสื่อสารกับเราว่า เมืองเช่นนี้อาจนำไปสู่การล้มสลายในท้ายที่สุด โดยเฉพาะปัญหาความเหลื่อมล้ำที่สักวันหนึ่ง ความไม่พอใจของชนชั้นเเรงงานก็อาจจะปะทุขึ้นจนกลายเป็นสงครามกลางเมือง (ถึงเเม้ในเกมปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดสงครามกลางเมืองจะมาจากการปลุกปั่น เเต่ความไม่พอใจสะสมของชนชั้นเเรงงานก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญเช่นกัน) รวมถึงปัญหาจริยธรรมทางธุรกิจ ที่การเปิดให้ขายอะไรก็ได้นั้นทำให้เกิดการขาย Plasmid (สินค้าที่ทำให้มนุษย์มีพลังพิเศษเเต่ทำให้ผู้คนติด เเละก่อให้เกิดเนื้องอกขึ้นได้) ที่ส่งผลกระทบต่อสภาพสังคมโดยรวมอีกด้วย
กล่าวโดยสรุปคือ เเม้ว่า Bioshock จะเป็นเกมเก่ากรุ เเต่ถึงอย่างนั้นความเก่าที่ว่านี้ก็มิได้ทำให้ประเด็นภายในเกมเจือจางลงเเต่อย่างใด โดยเฉพาะประเด็นทางการเมืองที่ตัวเกมพยายามตั้งคำถามกับเราว่า เมืองที่ปราศจากการเเทรกเเซงของรัฐ มันเป็นเมืองที่น่าอยู่เเล้วจริงหรือ ? มันเป็นเมืองในฝัน หรือเป็นฝันร้ายกันเเน่ สุดท้ายนี่ผมก็อยากจะรู้ว่าทุกคนคิดยังไงกับเมือง Rapture บ้าง อยากลองไปอยู่บ้างไหมครับ (เเล้วก็ขอเเถมอีกนิดนะครับ ว่าชื่อ Andrew Ryan เนี่ย จริง ๆ เเล้วก็เป็นชื่อที่เเผลงมาจากชื่อของ Ayn Rand ด้วย โดยมันจะเป็นชื่อที่เกิดจากการสลับตัวอักษรของคำว่า "New Ayn Rand" ให้กลายเป็นชื่อ "Andrew Ryan" นั่นเอง)
อ้างอิง : Cuddy, Luke & Irwin, William (eds.) (2015). Bioshock and Philosophy: Irrational Game, Rational Book. Malden, MA: Wiley-Blackwell. Rand, Ayn, The Virtue of Selfishness: A New Concept of Egoism.