เว็บไซต์ VideoGamesChronicle (VGC) รายงานบทสัมภาษณ์เจาะลึกเบื้องหลังเกม Metroid Prime 4: Beyond (ที่เพิ่งวางจำหน่ายไปเมื่อเดือนธันวาคม 2025) โดยทีมพัฒนาได้เปิดใจกับนิตยสาร Famitsu ถึงประเด็นที่ตัวเกมถูกวิจารณ์ว่าระบบบางอย่างดู 'ตกยุค' โดยเฉพาะฉาก Hub World ทะเลทรายและการออกแบบตัวละคร
ทีมงานระบุว่า ในช่วงเริ่มต้นโปรเจกต์ (ย้อนไปหลายปีก่อน) กระแสเกม Open-world จาก Zelda: Breath of the Wild มาแรงมาก ทำให้ทีมงานอยากใส่ความเป็นอิสระลงไป แต่เนื่องจากแก่นของ Metroid คือการ 'ปลดล็อกพลังเพื่อเข้าพื้นที่ใหม่' ซึ่งขัดแย้งกับความอิสระแบบ Open-world พวกเขาจึงประนีประนอมด้วยการสร้าง 'พื้นที่ Hub ขนาดใหญ่' ให้ผู้เล่นขี่มอเตอร์ไซค์สำรวจได้เพื่อเชื่อมต่อไปยังด่านต่าง ๆ แทน

แต่ปัญหาก็คือ การพัฒนาเกมใช้เวลายาวนานกว่าที่คิด (เกือบ 10 ปีนับจากประกาศ) ทีมงานยอมรับว่าเมื่อเกมใกล้เสร็จ 'เทรนด์ของผู้เล่นได้เปลี่ยนไปแล้ว' (คนเริ่มเบื่อ Open-world หรือชอบเกมที่รวดเร็วขึ้น) แต่เนื่องจากเกมนี้เคยถูกสั่ง 'รีบูต' รื้อทำใหม่มาแล้วครั้งหนึ่งตอนส่งไม้ต่อให้ Retro Studios การจะสั่งรื้อทำใหม่อีกรอบเพียงเพราะเทรนด์เปลี่ยนจึงเป็นเรื่องที่ 'เป็นไปไม่ได้'
นอกจากนี้ ทีมงานยังตั้งใจเพิกเฉยต่อเทรนด์เกมยิงยุคใหม่ที่เน้นความรวดเร็ว เพราะมองว่าจะทำลายจังหวะเกมแนวผจญภัยที่เป็นหัวใจของ Metroid ผลลัพธ์ที่ได้จึงเป็นเกมที่ทีมงานเรียกว่า 'ตัดขาดจากการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย'

ที่มา VideoGamesChronicle