เว็บไซต์ Gameworld Observer รายงานว่า Embracer Group ยักษ์ใหญ่แห่งวงการเกมสวีเดน ได้เปิดเผยรายงานผลประกอบการประจำไตรมาสที่ 3 ของปีงบประมาณปัจจุบัน (สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2025) โดยมีรายได้รวมอยู่ที่ 5.2 พันล้านครอนสวีเดน (ประมาณ 581.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งลดลงถึง 26% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม ทางผู้บริหารกลับแสดงความพึงพอใจต่อตัวเลขดังกล่าว เนื่องจากรายได้ที่ทำได้จริงนั้นสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ และมีการเติบโตขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 1 และ 2 ของปีนี้
ปัจจัยสำคัญที่ช่วยพยุงสถานการณ์ของบริษัทคือความสำเร็จของแฟรนไชส์เกมหลักอย่าง Kingdom Come: Deliverance, Dead Island และ Tomb Raider โดยเฉพาะเกม Kingdom Come: Deliverance II ที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม หลังจากการปล่อยเนื้อหาเสริม Mysteria Ecclesiae ออกมา ส่งผลให้ยอดขายรวมของเกมทะลุ 5 ล้านชุดไปเป็นที่เรียบร้อย

ในส่วนของรายละเอียดเจาะลึก รายได้จากเกม PC และ Console ลดลง 11% ส่วนรายได้จากเกมมือถือลดลงฮวบฮาบถึง 66% แต่ข่าวดีคือ กำไรสุทธิ ของบริษัทกลับเติบโตขึ้นถึง 45% แตะระดับ 1.4 พันล้านครอนสวีเดน นอกจากนี้ รายงานยังระบุถึงการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ โดยหลังจากที่แยกบริษัท Coffee Stain Group และ Asmodee Group ออกไปแล้ว Embracer Group เตรียมจะรีแบรนด์เปลี่ยนชื่อบริษัทใหม่เป็น 'Fellowship Entertainment' ในเร็ว ๆ นี้ เพื่อเริ่มต้นยุคใหม่ขององค์กร
ที่มา Gameworld Observer