ทำช้าจนเด็กโตหมด! สื่อวิเคราะห์ Final Fantasy และ Dragon Quest กำลังสูญเสียฐานคนรุ่นใหม่ในญี่ปุ่น

แชร์เรื่องนี้:
ทำช้าจนเด็กโตหมด! สื่อวิเคราะห์ Final Fantasy และ Dragon Quest กำลังสูญเสียฐานคนรุ่นใหม่ในญี่ปุ่น

เว็บไซต์ The Gamer ยกเอาประเด็นและบทวิเคราะห์จากสื่อ Automaton Media ว่าหมดยุคทองที่เด็กทุกคนต้องตั้งตารอคอยภาคใหม่ของเกม RPG ระดับตำนานแล้ว เพราะบทวิเคราะห์ล่าสุดจากสื่อต่างประเทศได้ชี้ให้เห็นถึงปัญหาเชิงโครงสร้างของค่าย Square Enix ที่อาจทำให้แฟรนไชส์ชูโรงอย่าง Final Fantasy และ Dragon Quest ค่อย ๆ เลือนหายไปจากความทรงจำของเด็กรุ่นใหม่ชาวญี่ปุ่น โดยสาเหตุหลักไม่ได้มาจากตัวเกมที่แย่ลง แต่มาจาก 'ระยะเวลาในการพัฒนา' ที่ทิ้งช่วงยาวนานเกินไปจนผู้เล่นเติบโตและหลุดออกจากกลุ่มเป้าหมายไปแล้ว

หากมองย้อนกลับไปในยุค 90 ถึงต้นยุค 2000 เกมภาค Final Fantasy VII จนถึงภาค X วางจำหน่ายห่างกันเพียงไม่กี่ปี ทำให้สามารถรักษาพื้นที่ในสื่อและกระแสพูดถึงได้อย่างต่อเนื่อง แต่ในปัจจุบัน ช่องว่างระหว่างภาคกินเวลานานจนน่าตกใจ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือเด็กประถมที่ได้สัมผัส Final Fantasy XV ในปี 2016 จะเติบโตเป็นเด็กมัธยมปลายแล้วเมื่อ Final Fantasy XVI วางจำหน่ายในปี 2023 ส่วนฝั่ง Dragon Quest XI ที่ออกในปี 2016 ก็ทิ้งช่วงยาวนานจนภาค 12 ที่ประกาศเปิดตัวในปี 2021 ยังคงไร้ความคืบหน้าใด ๆ จนถึงปัจจุบัน

FINAL FANTASY XVI

เพื่อยืนยันสมมติฐานนี้ อดีตศิลปินและนักวาดมังงะนามว่า Noriba (อดีตศิลปินนักวาดภาพประกอบเกมชาวญี่ปุ่น ที่ปัจจุบันผันตัวมาเป็นนักเขียนมังงะเต็มตัว) ได้ลองสอบถามเด็กชาวญี่ปุ่น 4 คนว่าพวกเขาชื่นชอบ Final Fantasy หรือ Dragon Quest มากกว่ากัน ผลลัพธ์ที่ได้กลับกลายเป็นว่าเด็ก 3 คนแรกตอบว่าชอบ 'Pokemon' ในขณะที่คนที่ 4 ก็ตอบว่า Pokemon เช่นกัน พร้อมเสริมด้วยว่าเขาไม่เคยเล่นเกมซีรี่ส์ที่ถามมาเลยแม้แต่ภาคเดียว แม้ทาง Square Enix จะพยายามเข็นภาครีเมคออกมามากมาย แต่นั่นก็เป็นเพียงการดึงดูดผู้เล่นวัย 30 อัปที่โหยหาอดีตมากกว่าจะเจาะตลาดกลุ่มเด็ก ซึ่งนี่กลายเป็นโจทย์ใหญ่ระดับชาติของบริษัทที่ต้องหาทางแก้ไข ก่อนที่ไอพีระดับตำนานเหล่านี้จะกลายเป็นเพียงเกมเฉพาะกลุ่มของผู้ใหญ่ในอนาคต

ที่มา The Gamer

แชร์เรื่องนี้:
Badeedooboy
Badeedooboy

Content Writer

เรื่องที่เกี่ยวข้อง