เว็บไซต์ Dexerto รายงานดราม่าร้อนแรงในวงการเกมยิง เมื่อ Shroud สตรีมเมอร์ระดับเทพเจ้าแห่งวงการ FPS ออกมาแสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรงต่อสถานการณ์คนโกง (Cheater) ในเกม Arc Raiders ที่กำลังระบาดหนักในขณะนี้ แม้ว่าตัวเกมจะประสบความสำเร็จอย่างถล่มทลายด้วยยอดขายกว่า 14 ล้านชุดและมีผู้เล่นพร้อมกันสูงสุดกว่า 7 แสนคนนับตั้งแต่เปิดตัวเมื่อเดือนตุลาคม 2025 แต่ปัญหากลับอยู่ที่ระบบป้องกันการโกงที่หละหลวม

ในระหว่างการสตรีม Shroud ได้เผชิญหน้ากับแฮกเกอร์ที่ใช้โปรแกรมช่วยเล่นทั้ง Wall-hack และ Aim-bot จัดการเขาในเสี้ยววินาที แถมยังพ่นคำหยาบคายใส่ ทำให้ Shroud ถึงกับหลุดปากวิจารณ์ว่า "นี่คือระบบ Anti-cheat ที่ห่วยแตกที่สุดที่เคยเห็นมา" และเขามั่นใจว่าทีมพัฒนา Embark Studios "ไม่ได้แคร์ผู้เล่นเลย" เพราะดูเหมือนทีมงานจะไม่ได้เตรียมการแก้ไขอะไรที่เป็นรูปธรรม (Cooking nothing) โดยเพื่อนร่วมทีมของเขายังเสริมว่าเจอคนโกงไปถึง 6-7 ครั้งในวันเดียว
อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนเสียงวิจารณ์จะส่งไปถึงทีมงานทันควัน ประกอบกับแรงกดดันจากคู่แข่งอย่างเกม Marathon ของ Bungie ที่เพิ่งประกาศนโยบาย "แบนถาวรทันทีไม่มีโอกาสที่สอง" (One-strike policy) ไปเมื่อต้นสัปดาห์ ทำให้ล่าสุดเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา Embark Studios ได้ประกาศอัปเดตมาตรการลงโทษใหม่ที่เข้มข้นขึ้น จากเดิมที่ใช้ระบบ "3 ใบเหลือง" (แบน 30 วัน, 60 วัน แล้วค่อยถาวร) เปลี่ยนมาเป็นมาตรการขั้นเด็ดขาด โดยระบุว่าการโกงที่รุนแรงจะถูก "แบนถาวรทันที" (Permanent Ban) ส่วนความผิดเล็กน้อยจะยังมีการเตือนและระงับไอดีชั่วคราวให้โอกาสแก้ไขตัวแค่ครั้งเดียวเท่านั้น เพื่อกู้ศรัทธาคืนจากชุมชนผู้เล่น