เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ Generative AI ยังคงเป็นประเด็นที่สร้างความเห็นต่างอย่างรุนแรงในวงการเกม ล่าสุดเว็บไซต์ GamesRadar+ รายงานว่า Jacob Navok อดีตผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจของค่ายเกมยักษ์ใหญ่ Square Enix ซึ่งปัจจุบันรับตำแหน่ง CEO ของบริษัท AI อย่าง Genvid ได้ออกมาแสดงทรรศนะที่ท้าทายขนบเดิม ๆ ของนักพัฒนาเกมทั่วโลก โดยเขามองว่าอนาคตของอุตสาหกรรมเกมไม่ได้อยู่ที่ผลงานระดับฟอร์มยักษ์ แต่อยู่ที่แพลตฟอร์มสร้างสรรค์อย่าง Roblox ที่ผสานเข้ากับขุมพลังของ AI
Navok ได้วิพากษ์วิจารณ์รูปแบบการออกแบบเกมในปัจจุบันอย่างดุเดือด โดยระบุว่า "เกม AAA แบบเล่นคนเดียวทุกเกมตั้งแต่ยุค Bioshock เป็นต้นมา โดยพื้นฐานแล้วก็คือแหล่งรวมเควสต์ประเภทวิ่งไปเก็บของที่ถูกคั่นกลางด้วยฉากต่อสู้เหมือน ๆ กันหมด" ในทางกลับกัน เขามองว่าเกมบนแพลตฟอร์ม Roblox กลับมีการคิดค้นนวัตกรรมและวิวัฒนาการที่รวดเร็วกว่าเกม AAA มาก การเติบโตของเกมแนว Tycoon บนนั้นหมุนไปไวพอ ๆ กับเทรนด์บน TikTok และสามารถสร้างบรรดาผู้สร้างสรรค์ให้กลายเป็น 'เศรษฐีชั่วข้ามคืน' ได้อย่างง่ายดาย
อดีตผู้บริหาร Square Enix ยังวาดภาพอนาคตว่า ด้วยจำนวนผู้เล่นพร้อมกันบน Roblox ที่เคยทำสถิติแซงหน้า Steam รวมกันทั้งแพลตฟอร์มไปแล้วเมื่อเดือนสิงหาคม 2025 ผนวกกับการนำ AI มาช่วยเรนเดอร์พื้นผิว สร้างแอนิเมชัน และเขียนโค้ด ทำให้เด็กอายุเพียง 15 ปี ไม่จำเป็นต้องเรียนเขียนโปรแกรมให้ยุ่งยาก ก็สามารถใช้คำสั่ง Prompt เพื่อสร้างผลงานระดับโลกและเข้าถึงผู้คนได้ทันที ซึ่งความก้าวหน้านี้อาจดันให้ Roblox กลายเป็นบริษัทระดับล้านล้านเหรียญในอนาคตอันใกล้

อย่างไรก็ตาม มุมมองสุดโต่งของ Navok ที่โอบรับ AI อย่างเต็มตัวนั้น ยังคงสวนทางกับผู้สร้างสรรค์ระดับแนวหน้าอีกหลายคน ไม่ว่าจะเป็น Eric Barone ผู้สร้าง Stardew Valley ที่ประกาศจุดยืนไม่ใช้ AI ตลอดกาล หรือ Todd Howard จาก Bethesda ที่มองว่า AI เป็นเพียงเครื่องมือช่วยทำงาน แต่ไม่ควรใช้สร้างสรรค์ผลงานหลักเพราะจะขาดจิตวิญญาณของมนุษย์ รวมถึงทีมพัฒนา World of Warcraft ของ Blizzard ที่เพิ่งออกมายืนยันด้วยความภาคภูมิใจว่า พวกเขาไม่ได้ใช้ Generative AI ในการสร้างภาคเสริม Midnight แต่อย่างใด
ที่มา GamesRadar+