ทีมสร้าง Donkey Kong Bananza เผยเบื้องหลังระบบทำลายล้าง ชี้ทำลายของสวยงามสนุกกว่าการตีบล็อกธรรมดา

แชร์เรื่องนี้:
ทีมสร้าง Donkey Kong Bananza เผยเบื้องหลังระบบทำลายล้าง ชี้ทำลายของสวยงามสนุกกว่าการตีบล็อกธรรมดา

สื่อข่าวต่างประเทศ GamesRadar+ รายงานบทสัมภาษณ์จากงาน Game Developers Conference (GDC) โดยทีมพัฒนาจาก Nintendo ได้ออกมาเปิดเผยเบื้องหลังการสร้างสรรค์ระบบสภาพแวดล้อมในเกม Donkey Kong Bananza แม้ว่าเกมที่เปิดโอกาสให้ผู้เล่นทำลายบล็อกและสร้างโลกขึ้นมาใหม่แบบ Minecraft จะไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ในวงการ แต่ทีมงานค้นพบตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นของการสร้างโปรโตไทป์ว่าแค่การทำลายบล็อกธรรมดานั้นยังไม่สามารถมอบความสนุกได้มากพอ 

Tatsuya Kurihara โปรแกรมเมอร์ของเกมอธิบายว่า แม้ทีมงานจะใส่ระบบทำลายฉากเข้ามาแล้ว แต่ความรู้สึกสะใจกลับยังขาดหายไป จนกระทั่งพวกเขาตระหนักได้ว่าความสนุกที่แท้จริงคือการได้ทำลายสิ่งที่ไม่น่าจะพังทลายได้ หรือการได้ทำลายสิ่งที่มีความสวยงามนั่นเอง ด้วยแนวคิดนี้ ทีมพัฒนาจึงเดินหน้ายกระดับระบบการทำลายล้างให้สมจริงและน่าตื่นตาตื่นใจยิ่งขึ้น

โครงสร้างเบื้องหลังฉากต่าง ๆ ใน Donkey Kong Bananza ถูกสร้างขึ้นจากสิ่งที่เรียกว่า Voxel ซึ่ง Kurihara อธิบายว่ามันคือพิกเซลในรูปแบบสามมิติที่เปรียบเสมือนกล่องเก็บข้อมูลที่ถูกจัดเรียงเป็นตารางสามมิติ การปรับเปลี่ยนข้อมูลเหล่านี้แบบไดนามิกภายในเกมช่วยให้เกิดการตอบสนองในระดับ Voxel ที่มีความละเอียดอ่อนสูงมาก ทางด้าน Kenta Motokura โปรดิวเซอร์ของเกมได้เสริมว่าคอนเซปต์หลักในการพัฒนาภาคนี้คือการสร้างทุกสิ่งทุกอย่างด้วย Voxel ซึ่ง Kurihara ก็ได้กล่าวติดตลกในงานบรรยายว่าการพูดคอนเซปต์นี้ออกมามันดูง่ายดาย แต่การลงมือทำจริงนั้นท้าทายอย่างมาก เนื่องจาก Voxel แต่ละชิ้นต้องบรรจุข้อมูลทั้งความหนาแน่น คุณสมบัติของวัสดุ ความเสียหาย ความเปียกชื้น และรายละเอียดอื่น ๆ อีกมากมาย

จากข้อมูล Voxel อันมหาศาลเหล่านั้น ตัวเกมจะทำการสร้าง Polygon mesh ขึ้นมาแบบไดนามิก โดยทีมงานต้องจำกัดจำนวนรูปเหลี่ยมเหล่านี้เพื่อรักษาประสิทธิภาพของเกมให้สามารถรันที่ 60fps ได้อย่างลื่นไหลที่สุด แต่ถึงจะมีการจำกัดการแสดงผลเพื่อประหยัดทรัพยากรเครื่อง จำนวน Voxel ที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังก็ยังมีจำนวนมหาศาลอยู่ดี โดย Kurihara ได้ยกตัวอย่างให้เห็นภาพชัดเจนว่า ในเลเยอร์ของฉาก Canyon ที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่นั้น มีจำนวน Voxel รวมกันมากถึงประมาณ 340 ล้านชิ้นเลยทีเดียว ถือเป็นความทุ่มเททางด้านเทคนิคที่มุ่งมั่นจะมอบประสบการณ์ความสนุกสะใจให้กับผู้เล่นอย่างแท้จริง

ที่มา GamesRadar+

แชร์เรื่องนี้:
Badeedooboy
Badeedooboy

Content Writer

เรื่องที่เกี่ยวข้อง