สื่อข่าวต่างประเทศ PC Gamer รายงานบทสัมภาษณ์ล่าสุดที่เจาะลึกถึงสาเหตุความล้มเหลวในช่วงเปิดตัวของเกมสร้างเมืองฟอร์มยักษ์ Cities: Skylines 2 โดยล่าสุดค่ายผู้พัฒนาอย่าง Colossal Order และ Publisher อย่าง Paradox Interactive ได้ตัดสินใจแยกทางกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และได้ส่งไม้ต่อให้ทีม Iceflake Studios เข้ามารับหน้าที่ปล่อยแพตช์อัพเดตแก้ไขตัวเกมแทน
ปัญหาของเกม Cities: Skylines 2 นั้นมีตั้งแต่เรื่องการทำ Optimization ที่ย่ำแย่ การขาดการสนับสนุนระบบ Mod ฟีเจอร์ที่หายไปเมื่อเทียบกับภาคแรก ไปจนถึงตัว Expansion อย่าง Bridges & Ports ที่ถูกเลื่อนวางจำหน่ายออกไปนานกว่าหนึ่งปี

Mariina Hallikainen ผู้ดำรงตำแหน่ง CEO ของ Colossal Order ได้ออกมายอมรับว่า ปัญหาหลายอย่างทั้งในช่วง Development และ Post-launch นั้นมีสาเหตุมาจากเอนจิน Unity ที่ใช้สร้างเกม โดยเธอกล่าวว่า "เราประเมินขีดความสามารถของตัวเอนจินสูงเกินไปอย่างสิ้นเชิงในช่วงเริ่มต้นโปรเจกต์"
เธออธิบายเพิ่มเติมว่า ทีมงานได้วางแผนฟีเจอร์ต่าง ๆ โดยอิงจากเทคโนโลยีใหม่ของ Unity เพื่อต้องการ Future-proof ให้ตัวเกมรองรับการอัพเดตไปได้อีกถึง 10 ปี แต่เทคโนโลยีเหล่านั้นกลับยังไม่เสร็จสมบูรณ์ตามที่สัญญากันไว้ ทำให้ทีมงานต้องเสียเวลาสร้างระบบขึ้นมาทดแทนฟีเจอร์ที่ขาดหายไปหรือใช้งานไม่ได้ โดยปัญหาทางเทคนิคของ Unity ในเวลานั้นครอบคลุมตั้งแต่ความไม่เสถียรทั่วไปของตัวเอนจิน, ระบบ HDRP shader pipeline ที่ขาดฟีเจอร์หลักอย่าง Interpolators และการขาดการรองรับ ECS (Entity Component System) สำหรับ Long running job

อย่างไรก็ตาม แม้จะเกิดปัญหาขึ้นมากมายระหว่างการพัฒนาและช่วงเปิดตัว Mariina Hallikainen ยืนยันว่าทางค่ายไม่ได้มีความรู้สึกบาดหมางกับ Unity แต่อย่างใด พวกเขายังคงมีความสัมพันธ์ที่ดีและสื่อสารกันมาตลอด โดยย้ำว่าทุกคนทั้งจากฝั่ง Colossal Order, Paradox Interactive และ Unity ต่างก็พยายามทำหน้าที่ของตัวเองอย่างดีที่สุดภายใต้สถานการณ์อันยากลำบากนั้นแล้ว
ปัจจุบัน Colossal Order ได้กลับมาเป็นสตูดิโออิสระอีกครั้ง และกำลังซุ่มพัฒนาเกมใหม่ในแนว Simulation สำหรับแพลตฟอร์ม PC ซึ่งพวกเขายืนยันว่าจะยังคงใช้เอนจิน Unity ในการพัฒนาต่อไป เพียงแต่ครั้งนี้จะนำบทเรียนที่ได้มาปรับใช้ให้ 'ฉลาดขึ้น' กว่าเดิม
ที่มา PC Gamer