เว็บไซต์ PCGamer รายงานควันหลงหลังจากที่ Vampire: The Masquerade—Bloodlines 2 วางจำหน่ายไปเมื่อเดือนที่แล้ว และได้รับเสียงวิจารณ์ที่แตกออกเป็นสองฝั่ง โดยประเด็นหลักที่ผู้เล่นเห็นตรงกันคือตัวเกมขาดความลึกซึ้งในด้าน RPG แบบที่ภาคต้นฉบับเคยทำไว้
Dan Pinchbeck ผู้ร่วมก่อตั้งสตูดิโอ The Chinese Room (TCR) ได้เปิดเผยผ่านรายการ Goth Boss Podcast ว่าทีมงานตระหนักถึงปัญหานี้มาตั้งแต่ต้น และเคยพยายามเกลี้ยกล่อมให้ทาง Paradox Interactive (ผู้จัดจำหน่าย) ไม่ใช้ชื่อเกมว่า Bloodlines 2
Pinchbeck เล่าว่าตั้งแต่เริ่มโปรเจกต์ TCR ตั้งใจที่จะสร้างเวอร์ชันของตัวเองมากกว่าจะสานต่องานเดิมที่ Hardsuit Labs ทำค้างไว้ แต่โจทย์ยากคือความคาดหวังของชื่อภาคต่อ "เราเคยนั่งประชุมวางแผนกันว่า 'เราจะทำยังไงให้พวกเขาไม่เรียกมันว่า Bloodlines 2' คุณไม่สามารถสร้าง Bloodlines 2 ได้ เวลาไม่พอ เงินไม่พอ"

เขาอธิบายว่าภาคแรกเกิดขึ้นในยุคที่เกมมีความทะเยอทะยานสูงมากในการจำลองบทบาทสมมติ ซึ่งการพยายามเลียนแบบสิ่งนั้นในปัจจุบันด้วยข้อจำกัดที่มีอาจทำให้เกมล้มเหลวได้ ดังนั้นเขาจึงเสนอแนวทางใหม่ให้กับ Paradox
"เราสร้าง Bloodlines 2 ไม่ได้ เราสร้าง Skyrim ไม่ได้ แต่เราสร้าง Dishonored ได้" Pinchbeck กล่าวเปรียบเทียบ โดยเสนอให้ทำเกมที่มีขอบเขตเล็กลง เน้นการเล่าเรื่องและแอ็กชันที่แน่นขึ้นแทนที่จะเป็น Open World RPG ขนาดยักษ์
อย่างไรก็ตาม Paradox ยังคงยืนยันที่จะใช้ชื่อ Bloodlines 2 ต่อไป และกระบวนการพัฒนาเกมก็เต็มไปด้วยความยุ่งเหยิงที่ Pinchbeck เปรียบเปรยว่าเป็นเหมือน "การแกะปมงูอนาคอนด้าที่พันกันยุ่งเหยิงจากความต้องการที่ขัดแย้งกัน" จนกระทั่งเขาตัดสินใจลาออกจากสตูดิโอในปี 2023 เนื่องจากภาวะหมดไฟ
ที่มา PCGamer