เว็บไซต์ GameSpot รายงานบทสัมภาษณ์ของ Glen Schofield ผู้สร้างซีรีส์ Dead Space และผู้กำกับ The Callisto Protocol ที่ออกมาแสดงความคิดเห็นถึงผลกระทบจากการวางจำหน่ายของ Grand Theft Auto 6 (GTA 6) ในวันที่ 19 พฤศจิกายนนี้ รวมถึงมุมมองที่เขามีต่อการใช้ AI ในอุตสาหกรรมเกม
Schofield ระบุว่าแผนการเลื่อนวางจำหน่ายของค่าย Rockstar ได้สร้างความปั่นป่วนให้กับกำหนดการของสตูดิโออื่นๆ อย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นทีมพัฒนาเกมอินดี้หรือเกมระดับ AAA

ด้วยเม็ดเงินมหาศาลที่ไหลเข้ามาในช่วงโรคระบาด ตอนนี้เรามีเกม AAA ที่จ่อคิววางจำหน่ายในช่วงเทศกาลมากเกินไป ตลาดไม่ได้มีผู้เล่นหน้าใหม่เพิ่มขึ้น ดังนั้นถ้ามีเกมออกมาพร้อมกันมากเกินไป เกมเหล่านั้นก็จะล้มเหลว ทุกคนจึงพยายามหนีให้พ้นจาก 'รัศมีทำลายล้าง' ของเกมฟอร์มยักษ์
Glen Schofield
สำหรับหน้าต่างการวางจำหน่ายของ GTA 6 เขาเตือนนักพัฒนาค่ายอื่นตรงๆ ว่า "คุณไม่อยากไปอยู่ใกล้มันหรอก" แม้ว่าตัวเกมจะดึงดูดให้ผู้คนกลับมาเล่นเกมได้มาก ซึ่งเป็นเรื่องดีต่ออุตสาหกรรม แต่เกมอื่นๆ จะขายได้น้อยลงมาก เหมือนตอนที่เกมอย่าง Call of Duty ออกวางจำหน่าย ทุกคนก็ต้องยอมหลีกทางให้ เขาได้ยกตัวอย่างความล้มเหลวของ Titanfall 2 ในปี 2016 ที่ถูกขนาบข้างด้วย Battlefield 1 และ Call of Duty: Infinite Warfare จนไม่สามารถแข่งขันเรื่องยอดผู้เล่นได้ และถูกลืมไปในที่สุด
นอกจากการหาจังหวะวางจำหน่ายที่ดีแล้ว Schofield ยังเน้นย้ำว่าการจะสร้างเกมฮิตได้นั้น 'ทุกอย่างต้องสมบูรณ์แบบ' ตั้งแต่เนื้อเรื่อง ทีมงานที่ผสมผสานระหว่างคนรุ่นเก๋าและเด็กรุ่นใหม่ไฟแรง แคมเปญการตลาดที่ยอดเยี่ยม และความเป็นผู้นำที่ดี

ในส่วนของประเด็นเรื่อง AI ผู้กำกับชื่อดังได้แสดงจุดยืนสนับสนุนอย่างเต็มที่ โดยเขาระบุว่าอยากให้เหล่าศิลปิน (Artists) หันมาเรียนรู้การใช้เทคโนโลยีนี้ เพราะในอีก 5 ปีข้างหน้า เด็กรุ่นใหม่ที่ใช้งาน AI เป็นจะเข้าสู่ตลาดงาน ในขณะที่คนที่ปฏิเสธจะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง เขาเปรียบเทียบการต่อต้านนี้กับยุคที่มีการนำระบบ Motion Capture มาใช้ใหม่ ๆ ซึ่งมีคนถึงขั้นลาออกเพื่อประท้วง ส่วนเรื่องที่มีคนมองว่า AI ขโมยผลงานศิลปิน เขากล่าวเพียงสั้นๆ ว่า "สายไปแล้ว! ตอนนี้มันถูกนำมาใช้งานจริงแล้ว"
Schofield ซึ่งเป็นแฟนตัวยงของโปรแกรมสร้างภาพอย่าง Midjourney มองว่า AI ไม่ใช่เครื่องมือลดต้นทุน แต่เป็น 'เครื่องมือประหยัดเวลา' ที่จะช่วยให้สร้างแอนิเมชันและตัวละครได้เร็วขึ้น ซึ่งเวลาที่ประหยัดได้ก็จะถูกนำไปใช้สร้างสรรค์คอนเทนต์ใส่เข้าไปในเกมให้มากขึ้นแทน อย่างไรก็ตาม เขากังวลเรื่องราคาของเครื่องมือ AI เหล่านี้ รวมถึงค่าตัวของผู้เชี่ยวชาญด้านการอิมพลีเมนต์ระบบ AI ที่น่าจะพุ่งสูงขึ้นอย่างมหาศาลในอนาคต

ที่มา GameSpot