ย้อนกลับไปในยุคเริ่มต้นของวงการเกม การพัฒนาผลงานระดับตำนานมักจะมีเรื่องราวเบื้องหลังที่น่าสนใจซ่อนอยู่เสมอ ล่าสุดเว็บไซต์ GamesRadar+ รายงานว่านิตยสาร Retro Gamer ได้นำบทสัมภาษณ์ช่วงถามตอบของ Shigeru Miyamoto จากแผ่นซีดี The Legend of Zelda: Sound and Drama ปี 1994 กลับมาเปิดเผยอีกครั้ง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์อันกว้างไกลของเขาในการสร้างซีรีส์นี้
Miyamoto เล่าว่าในตอนนั้น The Legend of Zelda ภาคแรกถูกพัฒนาขึ้นมาพร้อม ๆ กับ Super Mario Bros. และเมื่อฝั่ง Mario สร้างเสร็จ ทีมพัฒนาก็ได้ย้ายมาช่วยเข็นโปรเจกต์ Zelda ให้เสร็จสมบูรณ์ แต่ด้วยสเกลของเกมที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ในขณะที่ Mario ใช้ตลับเกม (Cartridge) แบบดั้งเดิม Zelda กลับเลือกใช้เทคโนโลยี Famicom Disk System ซึ่งเป็นแผ่นฟลอปปีดิสก์แทน

เรากระตือรือร้นที่จะใช้ประโยชน์จากฟีเจอร์ของ Disk System เราสามารถทำระบบให้ผู้เล่นตั้งชื่อ บันทึกความคืบหน้า เพิ่มคุณภาพเสียง และใส่ไอเดียใหม่ ๆ เข้าไปได้มากมาย ซึ่งมันทำให้การสร้างเกมนี้สนุกมาก
Shigeru Miyamoto
อย่างไรก็ตาม ความกว้างใหญ่ของเกมก็มาพร้อมกับความกังวล Miyamoto ยอมรับว่าทีมงานกลัวผู้เล่นจะไม่รู้ว่าต้องทำอะไรในช่วงต้นเกม และกลัวว่าเกมจะไม่ได้รับเสียงตอบรับที่ดี เพราะ The Legend of Zelda ในยุคนั้นถือว่ามีความโหดหินพอสมควร หากเดินผิดทางตั้งแต่ฉากแรก ผู้เล่นอาจจะต้องออกผจญภัยโดยไม่มีดาบ หรือต้องใช้ระเบิดที่มีจำกัดในการสุ่มเปิดกำแพงลับเพื่อไปต่อ
แต่จุดมุ่งหมายหลักของ Miyamoto คือการฉีกกรอบเดิม ๆ เขาอธิบายว่า "ผมต้องการสร้างเกมที่ผู้เล่นเข้าใจประวัติศาสตร์และธรรมชาติของดินแดนนั้นๆ และรู้สึกเหมือนกำลังได้ออกสำรวจจริงๆ ในเกม RPG แบบดั้งเดิม เกมจะดำเนินไปผ่านบทสนทนาล้วนๆ แต่เราต้องการให้ผู้เล่นได้โต้ตอบกับโลกของเกมโดยใช้คอนโทรลเลอร์ และพิชิตดันเจี้ยนด้วยระบบแผนที่แบบง่ายๆ" ซึ่งวิสัยทัศน์นี้เองที่เป็นรากฐานของแนวเกม Action RPG ในเวลาต่อมา

ที่มา GamesRadar+