จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของอุตสาหกรรมเกมเกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อบริษัทสื่อบันเทิงยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่นอาจกำลังเปลี่ยนทิศทางลมของตัวเอง โดยสำนักข่าว Bloomberg (รายงานโดย Jason Schreier) ได้เปิดเผยข้อมูลวงในจากแหล่งข่าวที่ไม่สามารถระบุตัวตนระบุว่า Sony Group Corp. ได้ตัดสินใจปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ทางธุรกิจครั้งใหญ่ โดยการยกเลิกแผนการนำเกมระดับบล็อกบัสเตอร์ของเครื่อง PlayStation 5 ไปพอร์ตลงแพลตฟอร์ม PC และเลือกที่จะหันกลับมาเน้นนโยบายสร้างเกมลงเฉพาะเครื่องคอนโซล (Console Exclusivity) อีกครั้ง หลังจากที่ทดลองทำตลาดมัลติแพลตฟอร์มควบคู่กันมานานกว่า 6 ปี
รายละเอียดการแบ่งประเภทเกมตามกลยุทธ์ใหม่ของ Sony มีดังนี้:
เกมที่ยังคงเป็นมัลติแพลตฟอร์ม: เกมเน้นระบบออนไลน์และผู้เล่นหลายคน (Live Service / Multiplayer) เช่น Marathon และ Marvel Tokon จะยังคงวางจำหน่ายลงให้ทั้ง PC และคอนโซลควบคู่กันตั้งแต่วันแรก
เกมที่ถูกปรับให้เป็น Exclusive บนคอนโซล: เกมเล่นเดี่ยวเน้นเนื้อเรื่อง (Single-player Narrative) ที่พัฒนาโดยสตูดิโอในเครือ (First-party) เช่น เกมซามูไรภาคต่ออย่าง Ghost of Yotei และเกมแอกชันที่กำลังจะมาถึงอย่าง Saros จะถูกจำกัดให้เล่นได้เฉพาะบนเครื่อง PlayStation 5 เท่านั้น โดยแผนการพอร์ตลง PC ของเกมเหล่านี้ได้ถูกสั่งพับเก็บไปในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา
ข้อยกเว้นสำหรับปีนี้: เกมที่พัฒนาโดยสตูดิโอภายนอก (External Developers) แต่จัดจำหน่ายภายใต้แบรนด์ PlayStation เช่น Death Stranding 2 และ Kena: Scars of Kosmora จะยังคงดำเนินงานตามแผนเดิมคือวางจำหน่ายบน PC ภายในปีนี้

แหล่งข่าวระบุว่าสาเหตุเบื้องหลังการตัดสินใจยืดหยุ่นและเปลี่ยนทิศทางในครั้งนี้มาจากหลายปัจจัย ประกอบด้วยความจริงที่ว่าเกมฟอร์มยักษ์ของ PlayStation หลายเกมทำยอดขายในฝั่ง PC ได้ไม่เป็นไปตามเป้าในระยะหลัง ควบคู่ไปกับกระแสความกังวลของบุคลากรภายในบางกลุ่มที่มองว่า การนำเกมแม่เหล็กไปลง PC เร็วเกินไปจะทำลายมูลค่าและคุณค่าของแบรนด์คอนโซล รวมถึงส่งผลกระทบโดยตรงต่อยอดขายเครื่อง PlayStation 5 และเครื่องรุ่นถัดไปในอนาคต
นอกจากนี้ กลยุทธ์การปล่อยเกมลง PC ของ Sony ที่ผ่านมายังขาดความสม่ำเสมอ บ่อยครั้งที่เว้นช่วงเวลานานหลายเดือนหรือหลายปีจนสร้างความสับสนให้ผู้เล่น รวมถึงประเด็นดราม่าที่บังคับให้ผู้เล่น PC ต้องสมัครและผูกบัญชี PlayStation Network (PSN) เพื่อเข้าถึงเกม ซึ่งสร้างกระแสต่อต้านอย่างรุนแรง และอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือข่าวลือเกี่ยวกับเครื่อง Xbox รุ่นถัดไปของ Microsoft ที่อาจจะขับเคลื่อนด้วยระบบปฏิบัติการ Windows และสามารถรันเกม PC ได้ ซึ่งทางผู้บริหารของ Sony บางส่วนไม่ต้องการเห็นเกมระดับเรือธงอย่าง God of War สามารถไปเปิดเล่นบนเครื่องคอนโซลของคู่แข่งได้นั่นเอง

ตอกย้ำความชัดเจนของรายงานชิ้นนี้เมื่อ Jason Schreier ได้เปิดเผยข้อมูลสคูปเพิ่มเติมว่า Hermen Hulst ประธานบริหาร (CEO) ฝั่งธุรกิจสตูดิโอของ PlayStation ได้กล่าวชี้แจงและยืนยันเรื่องดังกล่าวกับพนักงานอย่างเป็นทางการในระหว่างการประชุม Town Hall เมื่อเช้าวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยระบุชัดเจนว่าเกมแนวเล่นเดี่ยวเน้นเนื้อเรื่องหลังจากนี้ทั้งหมดจะกลายเป็นเกม Exclusive เฉพาะบนเครื่องภาพจำหลักอย่าง PlayStation เท่านั้น อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวได้ทิ้งท้ายว่าสถานการณ์ในอนาคตยังคงสามารถเปลี่ยนแปลงได้เสมอตามความผันผวนของตลาดเกมโลก
และยังมีรายงานด่วนส่งตรงจากฝั่งคอนโซลที่อาจทำให้ผู้เล่นที่กำลังจะสมัครบริการรายเดือนต้องคิดหนัก โดยจากประกาศอย่างเป็นทางการบนแพลตฟอร์ม X ของ PlayStation ระบุว่า ทาง Sony เตรียมปรับขึ้นราคาค่าบริการของ PlayStation Plus สำหรับกลุ่มลูกค้าใหม่ในบางภูมิภาค โดยจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 20 พฤษภาคม 2026 นี้เป็นต้นไป ซึ่งทางบริษัทระบุว่าความจำเป็นในการปรับราคาครั้งนี้เป็นผลมาจากสภาวะตลาดในปัจจุบันที่ยังคงมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา
สำหรับอัตราค่าบริการใหม่ของ PlayStation Plus ที่จะเริ่มใช้งาน มีรายละเอียดดังนี้:
แผนบริการแบบ 1 เดือน: ราคาเริ่มต้นที่ 10.99 ดอลลาร์สหรัฐ / 9.99 ยูโร / 7.99 ปอนด์
แผนบริการแบบ 3 เดือน: ราคาเริ่มต้นที่ 27.99 ดอลลาร์สหรัฐ / 27.99 ยูโร / 21.99 ปอนด์
อย่างไรก็ตาม ทาง PlayStation ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อคลายความกังวลแก่ผู้ใช้บริการรายเดิมว่า การปรับขึ้นราคาในรอบนี้จะยังไม่มีผลบังคับใช้กับกลุ่มสมาชิกปัจจุบันที่กำลังใช้งานอยู่ เว้นแต่ว่าสมาชิกรายนั้นจะทำการเปลี่ยนแปลงแพลนบริการ หรือปล่อยให้ระยะเวลาสมาชิกเดิมหมดอายุลงแล้วค่อยมากดสมัครใหม่อีกครั้ง
ทว่า มีข้อยกเว้นสำคัญสำหรับผู้ใช้งานในประเทศตุรกีและประเทศอินเดีย เนื่องจากกลุ่มสมาชิกปัจจุบันในสองภูมิภาคนี้จะไม่ได้รับสิทธิ์ยกเว้น และจะต้องเผชิญกับการปรับขึ้นราคาตามเงื่อนไขใหม่นี้พร้อมกันทั้งหมดในวันที่ 20 พฤษภาคมนี้ด้วยเช่นกัน ส่วนราคาในภูมิภาคอื่น ๆ รวมถึงสโตร์ประเทศไทยยังไม่มีการเปิดเผยว่าจะมีการขยับตามหลังจากนี้หรือไม่

ที่มา Bloomberg, Jason Schreier(Bluesky) และ PlayStation(X)