หลังเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงาน Summer Game Fest 2026 คุณ Kim Hyung-tae ซีอีโอของ SHIFT UP ได้ให้สัมภาษณ์เชิงลึกกับ Inven Global ถึงเป้าหมายในการพัฒนา Stellar Blade: BLOOD RAIN โดยมีประเด็นสำคัญที่น่าสนใจดังนี้:
ยกระดับความเป็น 'ภาคต่อ' ด้วยเรื่องราวที่เป็นอิสระ
แม้ BLOOD RAIN จะมีจุดเชื่อมโยงกับภาคแรก แต่คุณ Kim ต้องการให้ภาคนี้เป็นเรื่องราวที่สมบูรณ์ในตัวเอง ผู้เล่นหน้าใหม่สามารถเข้ามาสัมผัสประสบการณ์ได้โดยไม่ต้องผ่านภาคแรกมาก่อน ในขณะที่ผู้เล่นเดิมจะได้รับมุมมองที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นเกี่ยวกับจักรวาลนี้
การพัฒนา Evie: จากความสวยงามสู่ 'ความผูกพัน'
บทเรียนจาก NIKKE ถูกนำมาใช้ในการออกแบบตัวละคร 'Evie' ให้มีมิติมากกว่าแค่ความสวยงาม คุณ Kim ยอมรับว่าภาคแรกเคยประสบปัญหาเรื่องตัวละครที่มีบุคลิกไม่ชัดเจนพอ ในภาคนี้เขาจึงตั้งใจให้ Evie เป็นตัวละครที่มีบุคลิกเด่นชัดเพื่อสร้างอารมณ์ร่วมกับผู้เล่นได้ลึกซึ้งกว่าเดิม

ระบบการต่อสู้ (Combat Mechanics) ที่ลุ่มลึกขึ้น
เน้น CQC (Close Quarters Combat): การต่อสู้ระยะประชิดจะถูกขยายให้มีความเป็นมืออาชีพมากขึ้น มีการใช้ระบบเปลี่ยนท่าทาง (Stance Transitions) และคอมโบที่ซับซ้อนขึ้น
ความสมจริงของเอฟเฟกต์: ทีมงานใช้เทคนิค Real-time generated effects แทนการใช้เอฟเฟกต์วาดสำเร็จรูป เพื่อไม่ให้แสงสีบดบังการอ่านท่าทางของศัตรู ทำให้ผู้เล่นโฟกัสที่การปัดป้องและการเคลื่อนไหวได้แม่นยำขึ้น
อาวุธที่หลากหลาย: จะมีการเพิ่มอาวุธชนิดใหม่ เช่น ดาบคมย้อนกลับ เพื่อรองรับความหลากหลายในการต่อสู้ตามเนื้อเรื่อง

โลกของเกมที่ใส่ใจใน 'ความหนาแน่น'
คุณ Kim เปรียบเทียบเมืองในเกมว่าเป็น 'ตัวละครหลัก' อีกหนึ่งตัว โดยได้รับแรงบันดาลใจจากเมืองใหญ่ในเอเชียอย่าง ฮ่องกง, โตเกียว และโซล เพื่อสร้างพื้นที่ที่มีชีวิตและสมจริง เป้าหมายคือการลบเส้นแบ่งระหว่างคัตซีนและเกมเพลย์ให้แนบเนียนที่สุด
ความท้าทายและวันวางจำหน่าย
แม้ตัวเกมจะพัฒนามาได้เพียง 1 ปี แต่คุณภาพที่เห็นในเดโมนั้นสูงมากจากการพัฒนาฝีมือของทีมงาน คุณ Kim ยังไม่ยืนยันวันวางจำหน่ายที่ชัดเจนในปี 2027 เนื่องจากต้องการเวลาขัดเกลาในส่วนของเนื้อเรื่องและดีไซน์ด่านให้สมบูรณ์ โดยเขามองว่านี่คือผลงานฉลองครบรอบ 30 ปีในวงการของเขาที่ต้องการสร้างเกมให้ "เกมเมอร์ทุกคนภาคภูมิใจ"
ที่มา Inven Global