ดับฝันผูกขาดกลไกเกม! กรมสิทธิบัตรญี่ปุ่นยกคำร้อง Nintendo หลังพบระบบทัชสกรีนจับมอนสเตอร์ซ้ำกับแฟนเมด

แชร์เรื่องนี้:
ดับฝันผูกขาดกลไกเกม! กรมสิทธิบัตรญี่ปุ่นยกคำร้อง Nintendo หลังพบระบบทัชสกรีนจับมอนสเตอร์ซ้ำกับแฟนเมด

Nintendo และ The Pokemon Company ต้องพบกับความท้าทายทางกฎหมายอีกครั้งในความพยายามที่จะสร้างสิทธิ์ผูกขาดเหนือกลไกการเล่นเกม ประเภทจับสัตว์ประหลาด เมื่อผู้ตรวจสอบจาก กรมสิทธิบัตรแห่งประเทศญี่ปุ่น (Japan Patent Office - JPO) ได้ตัดสินยกคำร้องขอจดสิทธิบัตรของบริษัท โดยมีการนำเอาผลงานวิดีโอเกมอินดี้ที่แฟนคลับสร้างขึ้นอย่างไม่เป็นทางการ มาใช้เป็นหลักฐานยืนยันว่าแนวคิดดังกล่าวขาดความแปลกใหม่ในเชิงอุตสาหกรรม

คำขอจดสิทธิบัตรฉบับดังกล่าว (หมายเลขคำขอ 2026-019762) ครอบคลุมสิทธิ์ในระบบการควบคุมผ่านหน้าจอสัมผัส (Touchscreen-based system) ที่อนุญาตให้ผู้เล่นบังคับตัวละครผ่านสภาพแวดล้อมสามมิติ (3D World) ทำการขว้างไอเทมเพื่อจับสิ่งมีชีวิต เรียกมอนสเตอร์ออกมาร่วมรบ และเลือกคำสั่งปฏิบัติการในระหว่างการต่อสู้

อย่างไรก็ตาม ทาง JPO ได้มีคำสั่งปฏิเสธคำขอเนื่องจากพิจารณาว่าระบบดังกล่าวขาด "ขั้นตอนการประดิษฐ์คิดค้นขั้นสูง" (Inventive step) เนื่องจากมีระบบปฏิบัติการในลักษณะที่ใกล้เคียงกันถูกเผยแพร่ออกสู่สาธารณะก่อนวันยื่นขอสิทธิ์จัดลำดับความสำคัญ (Priority Date) ของ Nintendo ในเดือนธันวาคม 2021 เป็นเวลาหลายปี

รายงานจากสำนักข่าว Game Rant ระบุว่า หนึ่งในหลักฐานสำคัญ ที่ผู้ตรวจสอบนำมาใช้อ้างอิงคือ คลิปวิดีโอบนแพลตฟอร์ม YouTube เมื่อเดือนมิถุนายนปี 2013 ภายใต้ชื่อ “Pokemon Generations – 3D Indie Pokemon Gameplay” ซึ่งเป็นโปรเจกต์เกมแนว 3D Action RPG ที่กลุ่มแฟนคลับพัฒนาขึ้นเอง โดยในฟุตเทจดังกล่าวมีการแสดงผลระบบการเคลื่อนที่แบบเรียลไทม์และระบบจับสิ่งมีชีวิตที่คล้ายคลึงกันอย่างชัดเจน ซึ่งเผยแพร่ก่อนหน้าการยื่นจดของ Nintendo นานกว่า 8 ปี

ทางด้าน Nintendo ได้พยายามยื่นโต้แย้งทางกฎหมายว่า วิดีโอดังกล่าวไม่ควรถูกนำมานับเป็นฐานข้อมูลอ้างอิงเนื่องจากตัวโปรเจกต์แฟนเมดนี้เป็นงานที่ละเมิดลิขสิทธิ์ (Copyright Infringement) ของแฟรนไชส์สากลอย่าง Pokemon ทว่าผู้ตรวจสอบสิทธิบัตรได้ทำการปฏิเสธข้อต่อสู้ดังกล่าว โดยให้ความเห็นว่า:

"การละเมิดสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญาหรือลิขสิทธิ์ใดๆ ที่ถูกกล่าวอ้างนั้น ไม่ได้มีผลในการเปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริงที่ตัวฟุตเทจซึ่งเปิดเผยต่อสาธารณะได้แสดงให้เห็นว่า กลไกและระบบการทำงานดังกล่าวมีตัวตนและถูกคิดค้นขึ้นมาก่อนแล้ว"

นอกจากนี้ ทางผู้ตรวจสอบยังได้หยิบยกหลักฐานการมีอยู่ของเกมและสื่ออื่นๆ มาประกอบการพิจารณาเพิ่มเติม อาทิ ARK Mobile, PUBG Mobile, Pokemon X and Y, ตลอดจนเอกสารสิทธิบัตรเก่าในประเทศญี่ปุ่น โดยชี้ให้เห็นว่า นักพัฒนาซอฟต์แวร์ทั่วไปในอุตสาหกรรมสามารถนำระบบควบคุมแบบทัชสกรีนและระบบจัดการมอนสเตอร์ที่มีอยู่เดิมในตลาดมาผสมผสานกันได้โดยง่าย ไม่นับเป็นนวัตกรรมใหม่ที่สมควรได้รับการคุ้มครองสิทธิบัตร

แม้ว่าคำขอจดสิทธิบัตรหมายเลข 2026-019762 นี้ จะจัดอยู่ในตระกูลสิทธิบัตร (Patent Family) เดียวกันกับฉบับที่ Nintendo และ The Pokemon Company กำลังใช้ดำเนินการฟ้องร้องทางกฎหมายต่อบริษัท Pocketpair ผู้พัฒนาเกม Palworld ทว่าสิทธิบัตรทัชสกรีนฉบับนี้ ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีความฟ้องร้องที่กำลังดำเนินอยู่ ณ ปัจจุบัน

ทางเว็บไซต์ Patent Arcade เคยตั้งข้อสังเกตว่า ด้วยคุณลักษณะที่มุ่งเน้นระบบสัมผัสหน้าจอ สิทธิบัตรนี้อาจจะมีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับโครงการพัฒนาเกมแนวจับมอนสเตอร์บนสมาร์ทโฟนในอนาคต (เช่น โปรเจกต์ Palworld Mobile) มากกว่า ทั้งนี้ การปฏิเสธคำร้องในครั้งนี้ถือเป็นการสิ้นสุดกระบวนการตรวจสอบขั้นปกติ อย่างไรก็ตาม Nintendo ยังคงมีสิทธิ์ตามกฎหมายภายในระยะเวลา 3 เดือนในการยื่นคำร้องเพื่อขออุทธรณ์ต่อคณะกรรมการของกรมสิทธิบัตรญี่ปุ่น หรือเลือกที่จะปรับเปลี่ยนข้อกำหนดให้มีความเฉพาะเจาะจง (Narrower claims) เพื่อยื่นขอรับสิทธิ์ผ่านคำขอฉบับใหม่ต่อไป

ที่มา : Dexerto

แชร์เรื่องนี้:
Meltdown
Meltdown

Content Writer

เรื่องที่เกี่ยวข้อง