The Game Business รายงานบทสัมภาษณ์ Dr. Celia Pontin ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายและกิจการสาธารณะจาก Flux Digital Policy เกี่ยวกับแคมเปญ Stop Killing Games ที่เรียกร้องให้ค่ายเกมปรับแต่งระบบให้เกมออนไลน์ยังคงเล่นได้ แม้จะปิดให้บริการเซิร์ฟเวอร์หลักไปแล้วก็ตาม
แคมเปญดังกล่าวเริ่มจุดติดอย่างหนักในปี 2024 หลังจากที่ Ubisoft ยุติการให้บริการเซิร์ฟเวอร์ของเกม The Crew ส่งผลให้ตัวเกมไม่สามารถเล่นได้อีกต่อไป จนนำไปสู่การตอบรับจากรัฐบาลสหราชอาณาจักรและสหภาพยุโรป อย่างไรก็ตาม Pontin ชี้ว่าการออกกฎหมายบังคับใช้อย่างหักด้ามพร้าอาจสร้างปัญหาตามมามากกว่า solutions ด้วยเหตุผลสำคัญดังนี้:
ความหลากหลายของเทคโนโลยี: เกมแต่ละประเภทมีโครงสร้างเซิร์ฟเวอร์ต่างกันอย่างสิ้นเชิง เกมเล่นคนเดียวอาจปรับแก้ไขได้ง่าย แต่เกมแนว MMORPG หรือเกมที่พึ่งพาระบบจับคู่ผู้เล่น (Lobby) การคงสภาพให้เล่นได้โดยไม่มีผู้เล่นคนอื่นอาจไม่ตรงกับคำว่า 'เล่นได้' ในทางปฏิบัติ
ข้อจำกัดด้านลิขสิทธิ์ (IP Law): เกมหนึ่งเกมประกอบด้วยสิทธิ์ย่อยๆ จำนวนมาก ทั้งเสียงพากย์ กราฟิก และ Tool ภายนอกจาก Third-party ค่ายเกมอาจไม่มีสิทธิ์ทางกฎหมายในการมอบซอฟต์แวร์ทั้งหมดให้แฟนเกมไปรันเซิร์ฟเวอร์เองได้
ผลกระทบต่อสตูดิโอขนาดเล็ก: กฎหมายที่บังคับให้ต้องเตรียมแผนส่งมอบเกมล่วงหน้าอาจกลายเป็นภาระหนักเกินไปสำหรับผู้พัฒนาเกมอินดี้หรือทีมงานขนาดเล็ก จนอาจขัดขวางการนวัตกรรมใหม่ๆ ในอุตสาหกรรม
แม้การออกกฎหมายเฉพาะอาจเป็นเรื่องยาก แต่แคมเปญ Stop Killing Games ก็ประสบความสำเร็จอย่างมากในการสร้างความตระหนักรู้ให้แก่ผู้บริโภค ทำให้ผู้เล่นเข้าใจมากขึ้นว่าการซื้อเกมในยุคดิจิทัล แท้จริงแล้วคือการซื้อ 'สิทธิ์ในการเข้าถึง' (License) ไม่ใช่การครอบครองตัวสินค้าอย่างเด็ดขาดเหมือนในอดีต
ที่มา The Game Business