Xbox ได้ส่งแถลงการณ์ภายในถึงพนักงานเพื่ออัปเดตความคืบหน้าแผนการปรับโครงสร้างองค์กร โดยประกาศเลิกจ้างพนักงานเพิ่มอีก 268 ตำแหน่ง ซึ่งครอบคลุมทั้งในส่วนของ Halo Studios, สตูดิโอ First-party อื่นๆ รวมถึงทีมบริหาร XGS และแผนกส่วนกลาง การดำเนินการในครั้งนี้รวมถึงการปล่อยสตูดิโอเป็นอิสระ ทำให้กระบวนการปรับโครงสร้างที่เคยประกาศไว้ก่อนหน้านี้คืบหน้าไปแล้วราว 75%
นอกจากนี้ยังมีการจัดระเบียบสตูดิโอใหม่เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับแฟรนไชส์เกม โดยประเด็นใหญ่ที่สุดคือการมอบหมายให้ Activision เข้ามาดูแล World’s Edge และ Rare รวมถึงรับหน้าที่พัฒนาเกม Halo ภาคใหม่ด้วยทีมงานชุดใหม่ที่สร้างขึ้นมาโดยเฉพาะ ซึ่งแยกออกจากทีมที่พัฒนา Call of Duty อย่างชัดเจน ขณะที่ทีม Halo Studios เดิมจะเหลือเพียงทีมขนาดเล็กเพื่อดูแลคอมมูนิตี้และตัวเกมที่เปิดให้บริการอยู่ในปัจจุบัน ด้าน Bethesda จะขยายขอบเขตเข้ามาดูแล Obsidian ที่ยังคงเดินหน้าโปรเจกต์ Grounded และ Fallout ภาคใหม่ที่ทำร่วมกับ Bethesda Game Studios ต่อไป ส่วน King จะดูแล Microsoft Casual Games และมีการควบรวม Playground และ Turn 10 เข้าเป็นสตูดิโอเดียวกันเพื่อโฟกัสกับการทำแฟรนไชส์ Forza และ Fable อย่างเต็มรูปแบบ
ในส่วนของสถานะการปล่อยสตูดิโอให้เป็นอิสระ (Divestitures) หลังจากที่ Compulsion และ Double Fine แยกตัวไปจัดการ IP และแค็ตตาล็อกเกมของตัวเองก่อนหน้านี้ ล่าสุด Undead Labs ก็ได้แยกตัวสำเร็จในเงื่อนไขที่คล้ายกัน และได้ผู้จัดจำหน่ายรายใหม่แล้ว โดยที่เกม State of Decay 3 จะยังคงลงให้เล่นบน Game Pass ตั้งแต่วันแรก ทว่าข่าวร้ายตกไปอยู่ที่ Ninja Theory เนื่องจากข้อตกลงสองฉบับล้มเหลว ทำให้ในขณะนี้ทาง Xbox เริ่มเข้าสู่กระบวนการหารือกับพนักงานเกี่ยวกับการเตรียมปิดสตูดิโอแล้ว แม้จะยังคงพยายามค้นหาเส้นทางอื่นอยู่ก็ตาม ส่วนการหารือกับทีม Arkane จะยังคงดำเนินต่อไปจนถึงสิ้นปีนี้ โดยทาง Xbox จะมีการจัดประชุม Town hall เพื่ออัปเดตแผนงานกับทีมงานทั้งหมดอีกครั้งในวันที่ 6 ตุลาคม
Source : news.xbox.com