เว็บไซต์ RadioTimes รายงานบทสัมภาษณ์ของ Naoki Hamaguchi ผู้กำกับเกม Final Fantasy 7 Revelation (บทสรุปไตรภาคโปรเจกต์รีเมค) ที่ออกมาแสดงจุดยืนสนับสนุนการผลิตเกมแบบแผ่น (Physical Media) ท่ามกลางกระแสของอุตสาหกรรมเกมที่กำลังมุ่งสู่ระบบดิจิทัลเต็มรูปแบบ โดยเฉพาะหลังจากที่ PlayStation ยืนยันแผนการยุติการผลิตแผ่นเกมในปี 2028 จนทำให้เกมเมอร์สายสะสมออกมารณรงค์แคมเปญ 'ไม่ทำแผ่น ก็ไม่ซื้อ' (No game, no buy) กันอย่างกว้างขวาง
Hamaguchi เผยว่าตัวเขาเองมีความผูกพันกับแผ่นเกมมาตั้งแต่เด็ก และยังคงชอบซื้อเกมแบบกล่องเพื่อนำไปให้เพื่อน ๆ หรือคนรู้จักที่พัฒนาเกมนั้น ๆ เซ็นชื่อให้ เขาจึงเข้าใจความรู้สึกของผู้เล่นที่อยากได้แผ่นเกมเป็นอย่างดี "ในยุคที่มีแรงกดดันมหาศาลให้ทำแต่เวอร์ชันดิจิทัล ผมได้ใช้ตำแหน่งหน้าที่ของผมในการผลักดันและเจรจากับทั้งทีมงานภายในและพาร์ทเนอร์ เพื่อให้ตัวเกมมีเวอร์ชันแผ่นออกมามากที่สุดเท่าที่จะทำได้"

อย่างไรก็ตาม ข้อจำกัดสำคัญของ FF7 Revelation คือสเกลเกมที่ใหญ่โตระดับดาวเคราะห์ ทำให้ไม่สามารถบรรจุเนื้อหาทั้งหมดลงในแผ่นได้ Hamaguchi อธิบายว่าแผ่นเกมของภาคนี้จะทำหน้าที่เป็นเหมือน 'Key Disc' ที่ให้ผู้เล่นได้เล่นในช่วงบทนำของเกมเท่านั้น หลังจากนั้นระบบจะบังคับให้ดาวน์โหลดเนื้อหาที่เหลือเพิ่มเติม ซึ่งเขาก็หวังว่าแฟนๆ ที่อยากได้เกมลงแผ่นแบบ 100% จะเข้าใจข้อจำกัดนี้
ผมเข้าใจดีว่ามีคนจำนวนมากที่มีความเห็นเรื่องนี้ และผมก็คอยติดตามดูอยู่ตลอด หน้าที่หลักของผมคือการทำเกมให้สนุก ส่วนรูปแบบการขายเป็นหน้าที่ของทีมจัดจำหน่าย อำนาจผมจึงมีจำกัด แต่ผมอยากให้ทุกคนรู้ว่าผมเข้าใจพวกคุณ และผมได้พยายามอย่างดีที่สุดแล้วจริง ๆ
Naoki Hamaguchi
ที่มา RadioTimes