สถานการณ์ภายในของค่ายเกมยักษ์ใหญ่อย่าง Sony ดูเหมือนจะไม่ได้ราบรื่นอย่างที่หลายคนคิด เมื่อเว็บไซต์ Insider Gaming ได้รายงานผลประกอบการล่าสุดของบริษัทที่เปิดเผยตัวเลขการขาดทุนอย่างหนัก โดยจุดที่น่าจับตามองที่สุดคือการขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์สูงถึง 765 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สื่อต้นทางระบุชัดเจนว่าตัวเลขก้อนมหึมานี้พุ่งเป้าไปที่สตูดิโอ Bungie โดยตรง กลายเป็นว่าดีลประวัติศาสตร์มูลค่า 3.6 พันล้านดอลลาร์ที่ Sony เคยทุ่มซื้อมาเมื่อปี 2022 เริ่มส่งผลกระทบในทิศทางที่น่ากังวลเสียแล้ว
สื่อต้นทางชี้ถึงต้นตอของปัญหาครั้งใหญ่อาจหนีไม่พ้นผลงานที่ไม่เข้าตาของทั้งเกมรุ่นพี่อย่าง Destiny 2 ที่ทำยอดตกจนทำบริษัทขาดทุนในไตรมาสสองไป 204.2 ล้านดอลลาร์ และที่หนักสุดคือไตรมาสสี่ที่โดนไปอีก 565 ล้านดอลลาร์ และเกมล่าสุดของสตูดิโออย่างเกม Marathon ที่เพิ่งเข็นออกมาวางขายเมื่อช่วงต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ตัวเกมไม่สามารถสร้างความนิยมได้ตามที่บริษัทคาดหวังไว้ และได้รับเสียงวิจารณ์ในแง่ลบจากผู้เล่นพอสมควร โดยเฉพาะในเรื่องของทิศทางงานศิลป์ที่ดูแปลกตา รวมไปถึงหน้าต่างอินเทอร์เฟซหรือ UI ที่ออกแบบมาซับซ้อนเกินความจำเป็น นอกจากนี้ความพยายามที่จะสร้างความแปลกใหม่ในตลาดเกมแนวชิงทรัพย์สินก็ดูเหมือนจะไม่ตอบโจทย์เกมเมอร์เท่าที่ควร

ข้อมูลจากแพลตฟอร์ม Steam สะท้อนให้เห็นถึงสถานการณ์ที่เข้าขั้นวิกฤตของเกมนี้ ยอดผู้เล่นปัจจุบันร่วงหล่นลงมาเหลือเพียงแค่หลักพันคน และมียอดผู้เล่นพร้อมกันสูงสุดต่อวันอยู่เพียงหมื่นต้น ๆ เท่านั้น ตัวเลขนี้แสดงให้เห็นว่าตัวเกมกำลังถูกทิ้งห่างจากบรรดาเกมคู่แข่งในตลาดเดียวกันอย่างสิ้นเชิง แม้ว่าเกมคู่แข่งเหล่านั้นจะเปิดให้บริการมานานกว่าหลายเดือนหรือเป็นปีแล้วก็ตาม
รายงานยังระบุเพิ่มเติมว่า กำไรจากการดำเนินงานของ Sony ลดลงถึง 24% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา สวนทางกับยอดจัดส่งเครื่อง PlayStation 5 ที่เข้าใกล้ระดับ 100 ล้านเครื่อง แต่ก็เริ่มมีสัญญาณการชะลอตัวจากปัญหาชิ้นส่วนในตลาดโลก สิ่งที่น่าตกใจคือมูลค่าการขาดทุน 765 ล้านดอลลาร์จาก Bungie นั้น มีถึง 565 ล้านดอลลาร์ที่เพิ่งเกิดขึ้นในไตรมาสล่าสุดเพียงไตรมาสเดียว บ่งบอกว่ามูลค่าของสตูดิโอแห่งนี้ลดลงอย่างน่าใจหาย และหลายฝ่ายต่างคาดการณ์ว่าอาจเป็นเรื่องยากที่ทีมพัฒนาจะสามารถกู้สถานการณ์และทวงคืนผลกำไรกลับมาได้ในระยะเวลาอันสั้น
ที่มา Insider Gaming และ IGN