เกมสะสมมอนสเตอร์ Pickmos กลับคืนสู่ Steam พร้อมปรับแก้ดีไซน์ใหม่หลังเจอดราม่าเรื่องลิขสิทธิ์

แชร์เรื่องนี้:
เกมสะสมมอนสเตอร์ Pickmos กลับคืนสู่ Steam พร้อมปรับแก้ดีไซน์ใหม่หลังเจอดราม่าเรื่องลิขสิทธิ์

ล่าสุดเว็บไซต์ Automaton Media ได้รายงานว่า PocketGame ผู้พัฒนา และ Networkgo ผู้จัดจำหน่าย ได้นำหน้าร้านค้าบน Steam ของเกมแนว RPG สะสมมอนสเตอร์อย่าง Pickmos กลับมาเปิดให้เข้าชมอีกครั้ง หลังจากที่ทางผู้จัดจำหน่ายได้ตัดสินใจถอดหน้าร้านค้าออกไปชั่วคราวเมื่อช่วงกลางเดือนเมษายนที่ผ่านมาเนื่องจากความกังวลด้านลิขสิทธิ์ แม้จะยังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการ แต่คาดการณ์ว่าทางทีมพัฒนาได้รับอนุมัติจากผู้จัดจำหน่ายให้นำเกมกลับมาขึ้นบนแพลตฟอร์มได้ หลังจากมีการปรับแก้งานภาพและวิดีโอเกมเพลย์ใหม่

เกมดังกล่าวเปิดตัวครั้งแรกในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ภายใต้ชื่อ Pickmon และได้รับความสนใจจากความคล้ายคลึงกับแฟรนไชส์ Pokémon และ Palworld ทั้งในด้านงานภาพและระบบการเล่น อย่างไรก็ตาม ตัวเกมต้องเผชิญกับกระแสวิจารณ์อย่างหนักเมื่อผู้เล่นพบว่าดีไซน์ตัวละครมีความใกล้เคียงกับแฟรนไชส์ดังเกินไป นอกจากนี้ ทีมพัฒนายังถูกกล่าวหาว่านำผลงานการออกแบบโปเกมอนแบบแฟนเมดมาใช้ รวมถึงคัดลอกโมเดลจากเกมดังอย่าง Overwatch และ The Legend of Zelda ด้วย ท่ามกลางกระแสการฟ้องร้องเรื่องสิทธิบัตรระหว่าง Nintendo และ Pocketpair ที่กำลังดำเนินอยู่ หลายฝ่ายจึงมองว่าโปรเจกต์นี้อาจเผชิญกับปัญหาทางกฎหมายได้

Pickmos

เพื่อจัดการกับข้อกังวลด้านลิขสิทธิ์ตั้งแต่ชื่อเกม ทีมพัฒนาได้ประกาศเปลี่ยนชื่อจาก Pickmon เป็น Pickmos เมื่อวันที่ 10 เมษายน ก่อนที่ทาง Networkgo จะออกแถลงการณ์แทรกแซงการพัฒนาและสั่งปิดหน้าร้านค้าบน Steam ในอีกหกวันต่อมา โดยระบุเหตุผลว่าเพื่อให้เวลาทีมงานปรับปรุงแก้ไขตัวเกมและทำให้แน่ใจว่าจะเป็นประสบการณ์ที่ปราศจากข้อครหา

จากการตรวจสอบหน้าร้านค้าบน Steam ที่กลับมาเปิดใหม่ พบว่าภาพหน้าปกของเกมได้รับการปรับปรุงแก้ไขอย่างเห็นได้ชัด โดยมีการนำมอนสเตอร์ที่ถูกวิจารณ์ว่ามีลักษณะคล้ายคลึงกับผลงานแฟนเมดของ Mega Meganium รวมถึงตัวละครที่คล้าย Pikachu และ Lucario ออกไป นอกจากนี้ มอนสเตอร์ที่มีลักษณะคล้าย Charizard ก็ถูกแทนที่ด้วยดีไซน์ของมังกรจักรกลแทน อย่างไรก็ตาม วิดีโอตัวอย่างดั้งเดิมยังคงถูกถอดออกจากหน้าร้านค้า Steam และถูกซ่อนไว้บน YouTube ซึ่งชี้ให้เห็นว่าทีมพัฒนาอาจยังต้องใช้เวลาในการแทนที่ทรัพยากรที่เป็นประเด็นถกเถียงทั้งหมดภายในเกม

ที่มา Automaton Media

แชร์เรื่องนี้:
Badeedooboy
Badeedooboy

Content Writer

เรื่องที่เกี่ยวข้อง