ผู้กำกับ FF7 Revelation เผยเหตุผลที่ไม่ข้ามไปใช้ UE5 ก็เพื่อส่งมอบพาร์ทสุดท้ายให้แฟนเกมให้ไวที่สุด

แชร์เรื่องนี้:
ผู้กำกับ FF7 Revelation เผยเหตุผลที่ไม่ข้ามไปใช้ UE5 ก็เพื่อส่งมอบพาร์ทสุดท้ายให้แฟนเกมให้ไวที่สุด

เว็บไซต์ TheGamer รายงานข้อมูลเพิ่มเติมจากบทสัมภาษณ์ของ Naoki Hamaguchi ผู้กำกับเกม FINAL FANTASY VII REVELATION ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อช่วงต้นเดือนมิถุนายน 2026 โดยเขาได้ออกมายืนยันและอธิบายอย่างชัดเจนถึงการตัดสินใจครั้งสำคัญของสตูดิโอ ที่เลือกจะใช้เอนจิน Unreal Engine 4 (UE4) ในการพัฒนาตัวเกมพาร์ทปิดตำนานไตรภาคนี้ต่อไป แทนที่จะอัปเกรดเป็น Unreal Engine 5 (UE5) ตามความนิยมของยุคปัจจุบัน

ย้อนกลับไปในตอนที่พัฒนาภาค Rebirth ทางฮามากุจิเคยระบุว่า UE5 ในเวลานั้นยังไม่พร้อมสมบูรณ์พอที่จะคุ้มค่าต่อการย้ายระบบ และเมื่อมาถึงพาร์ทจบอย่าง Revelation ที่มีกำหนดวางจำหน่ายในช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 2027 เขาก็มองว่าในมุมของทั้งผู้เล่นและเชิงธุรกิจ สิ่งที่ดีที่สุดที่ทีมพัฒนาสามารถทำได้คือ 'การส่งมอบตัวเกมออกสู่ตลาดให้รวดเร็วที่สุด' ซึ่งการเลือกใช้เวอร์ชันของ UE4 ที่ทีมงานปรับแต่งและคุ้นเคยกับกระบวนการทำงานเป็นอย่างดีมาตลอด 12 ปี จะช่วยให้การพัฒนาเป็นไปอย่างราบรื่นและต่อเนื่อง โดยไม่ต้องไปเริ่มนับหนึ่งใหม่กับการตั้งค่าระบบบนเอนจินตัวใหม่

ผู้กำกับยังเผยอีกว่า เขาเป็นคนสั่งเด็ดขาดกับทีมงานตั้งแต่ช่วงแรกว่า "เราจะไม่ถกเถียงกันในเรื่องนี้" เพื่อตัดความลังเลของทีมงานที่อาจจะอยากลองใช้ฟีเจอร์ใหม่ ๆ ของ UE5 และเขามั่นใจอย่างยิ่งว่านี่คือการตัดสินใจที่ถูกต้อง เนื่องจากทีมงานของ Square Enix ชุดนี้มีศักยภาพสูงมาก ถึงขั้นสามารถพัฒนาเทคโนโลยีเรนเดอร์กราฟิกภายในขึ้นมาใช้เองตั้งแต่ตอนทำภาค Rebirth ซึ่งมีประสิทธิภาพเทียบเท่ากับระบบ Nanite ของ UE5 อยู่แล้ว

ที่มา TheGamer

แชร์เรื่องนี้:
Badeedooboy
Badeedooboy

Content Writer

เรื่องที่เกี่ยวข้อง