บิดาผู้ให้กำเนิดปลง! ซีรี่ส์ Dragon Age อาจตายสนิทภายใต้ EA แต่พร้อมชุบชีวิตหากได้สิทธิ์คืน

แชร์เรื่องนี้:
บิดาผู้ให้กำเนิดปลง! ซีรี่ส์ Dragon Age อาจตายสนิทภายใต้ EA แต่พร้อมชุบชีวิตหากได้สิทธิ์คืน

เว็บไซต์ PC Gamer รายงานบทสัมภาษณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟกับ David Gaider อดีตหัวหน้านักเขียนบทระดับตำนานของซีรีส์ Dragon Age ผู้เปรียบเสมือนบิดาผู้ให้กำเนิดจักรวาลแฟนตาซีนี้ โดยเขาได้ออกมาเปิดเผยความรู้สึกอย่างตรงไปตรงมาเกี่ยวกับอนาคตของซีรีส์หลังจากเห็นความล้มเหลวของเกมภาคล่าสุดอย่าง Dragon Age: The Veilguard โดยเขายอมรับว่าซีรีส์นี้คงจะไม่มีอนาคตหรืออาจจะตายสนิทไปแล้ว หากยังคงอยู่ภายใต้การบริหารงานของค่ายยักษ์ใหญ่อย่าง Electronic Arts (EA)

คุณ Gaider ได้เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลาที่เขาทำงานอยู่ที่ BioWare โปรเจกต์ Dragon Age มักจะเกือบถูกสั่งพับเก็บและยกเลิกอยู่ตลอดเวลา แต่ตัวเกมก็มักจะสร้างปาฏิหาริย์ด้วยการทำยอดขายได้สูงกว่าที่ผู้บริหารคาดคิดเสมอ ทว่าทาง EA กลับไม่เคยเข้าใจคุณค่าและอัตลักษณ์ที่แท้จริงของเกมนี้เลย ซึ่งสะท้อนให้เห็นชัดเจนตั้งแต่การทำตัวอย่างโปรโมทภาค Origins ในอดีตที่พยายามยัดเยียดความรุนแรงและเพลงร็อกของ Marilyn Manson เพื่อดึงดูดกลุ่มวัยรุ่น ทั้งที่ตัวเกมเป็นแนว RPG แฟนตาซีเนื้อหาเข้มข้นสำหรับผู้ใหญ่ จนกระทั่งลามมาถึงปัจจุบันที่ Andrew Wilson ซีอีโอของ EA ออกมาโทษว่าความล้มเหลวของภาค The Veilguard เกิดจากการขาดระบบการให้บริการแบบ Live Service ซึ่งเป็นมุมมองที่น่าขันและน่าเศร้าในเวลาเดียวกัน

Dragon Age The Veilguard

นอกจากนี้เขายังได้เปรียบเทียบว่า EA มักจะปฏิบัติกับ Dragon Age เหมือนกับ 'ลูกเมียน้อย' เสมอเมื่อเทียบกับซีรีส์ Mass Effect ที่ค่ายยักษ์ใหญ่โปรดปรานมากกว่า เนื่องจาก Mass Effect มีความเป็นเกมแอ็กชันที่ทันสมัยและขายง่ายกว่า ขณะที่ Dragon Age ถูกมองว่าเป็นเกมเนื้อเรื่องสไตล์โบราณและระบบการต่อสู้ช้า ทำให้เวลาที่ Dragon Age ทำยอดขายได้ดี (เช่นภาค Inquisition ที่กลายเป็นเกมที่ประสบความสำเร็จที่สุดของ BioWare) ฝ่ายบริหารของ EA ก็มักจะอ้างว่าเป็นเพียงเรื่องฟลุกเท่านั้น ถึงขั้นที่อดีตหัวหน้าฝ่ายการตลาดเคยหลุดปากบอกทีมงานว่าการขายเกมนี้เหมือนกับการ 'ทาลิปสติกให้หมู' เพื่อให้ขายออก ซึ่งสร้างความบั่นทอนจิตใจแก่ทีมงานพัฒนาเป็นอย่างมาก

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าในอดีตคุณ Gaider จะเคยล้างมือและส่งไม้ต่อให้แก่นักเขียนรุ่นใหม่หลังจากภาค Inquisition วางจำหน่าย แต่ในปัจจุบันเขาได้เปลี่ยนใจและยอมรับว่าหากเกิดปาฏิหาริย์ดวงดาวจัดเรียงตัวจนทำให้สิทธิ์ในแฟรนไชส์ Dragon Age หลุดออกจากมือ EA และกลับมาอยู่ในความดูแลของเขาอีกครั้ง เขาก็พร้อมที่จะอ้าแขนรับความท้าทายนี้เพื่อปลุกชีพ 'ลูกรัก' คนนี้ขึ้นมาใหม่ โดยตั้งเป้าที่จะพาทุกคนกลับไปสู่รากฐานความคลาสสิกที่แท้จริง ดำดิ่งสู่เรื่องราวที่มืดหม่น อันตราย และกล้าที่จะนำเสนอเนื้อหาที่ท้าทายความรู้สึกของผู้เล่นอีกครั้ง

Dragon Age Inquisition

ที่มา PC Gamer

แชร์เรื่องนี้:
Badeedooboy
Badeedooboy

Content Writer

เรื่องที่เกี่ยวข้อง