จากการเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ของ Final Fantasy VII Revelation เกมภาคบทสรุปของไตรภาคโปรเจกต์รีเมกในงาน Summer Game Fest 2026 ทางสำนักข่าว AUTOMATON ได้มีโอกาสพูดคุยกับ Naoki Hamaguchi ไดเรกเตอร์ผู้ดูแลโปรเจกต์นี้เกี่ยวกับกระแสตอบรับและทิศทางของเกมก่อนเปิดวางจำหน่ายในฤดูใบไม้ผลิปี 2027 บนแพลตฟอร์ม PC, Nintendo Switch 2, PS5 และ Xbox Series X|S
Hamaguchi เปิดเผยว่า กระแสตอบรับจากการเปิดตัวภาค Revelation ส่งผลกระทบเชิงบวกต่อยอดขายของเกมภาคก่อนหน้าอย่าง Final Fantasy VII Remake และ Final Fantasy VII Rebirth อย่างมหาศาล โดยมียอดขายบนแพลตฟอร์มต่าง ๆ เช่น Steam พุ่งสูงขึ้นกว่าที่คาดการณ์ไว้หลายเท่าตัว โดยเฉพาะในกลุ่มผู้เล่นบน PC ฝั่งภาษาอังกฤษและตลาดจีน(Simplified Chinese) ที่มีการเติบโตขึ้นอย่างชัดเจน ซึ่งยอดขายที่แข็งแกร่งนี้ช่วยสร้างความมั่นใจให้กับทีมพัฒนาอย่างมาก

สำหรับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของแฟน ๆ เกี่ยวกับมินิเกมหรือเนื้อเรื่อง ไดเรกเตอร์ดังมองว่าการที่มีประเด็นถกเถียงในชุมชนผู้เล่นถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะแสดงให้เห็นว่าผู้เล่นใส่ใจในตัวเกม อย่างไรก็ตาม ทางทีมงานได้นำข้อเสนอแนะจากภาค Rebirth มาปรับปรุงในภาค Revelation แล้ว เช่น การเปิดโอกาสให้ผู้เล่นสามารถกดข้ามมินิเกมได้ และการปรับเปลี่ยนรางวัลให้เหมาะสมยิ่งขึ้นเพื่อลดความอึดอัดในการเล่น
เมื่อถูกถามถึงประเด็นเรื่องแผ่นเกมที่กำลังลดลงในอุตสาหกรรม Hamaguchi แสดงจุดยืนว่าส่วนตัวเขาเป็นคนที่สนับสนุนแผ่นเกมมาโดยตลอด และเข้าใจความกังวลของแฟนๆ ดี แม้ว่าในอนาคตเทรนด์การขายจะเน้นไปทางดิจิทัลหรือการใช้รหัสดาวน์โหลดในกล่องมากขึ้น แต่สำหรับ Final Fantasy VII Revelation ทางทีมงานกำลังพิจารณาและหาทางออกอย่างจริงจังเพื่อจัดทำเวอร์ชันแผ่นวางจำหน่ายตามความคาดหวังของแฟนเกมให้ได้
ที่มา AUTOMATON