ต้อนรับการมาถึงของเนื้อหาเสริมและแพตช์ยกเครื่องระบบครั้งใหญ่ใน Dragon’s Dogma 2: Dark Arisen ที่มีกำหนดวางจำหน่ายในวันที่ 8 ตุลาคมนี้ ทีมพัฒนาเกมนำโดยโปรดิวเซอร์ Naoto Oyama, Yoshiaki Hirabayashi และไดเรกเตอร์ Kento Kinoshita ได้ให้สัมภาษณ์ โดย Kotaku รายงานถึงความท้าทายในการรับฟังข้อเสนอแนะจากผู้เล่นทั่วโลก ซึ่งพบว่าความต้องการของผู้เล่นจากแต่ละภูมิภาคนั้นมีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
Hirabayashi และ Oyama ระบุว่า เมื่อนำความคิดเห็นจากผู้เล่นมาจัดลำดับตามจำนวน พบว่าผู้เล่นฝั่งญี่ปุ่นและเอเชียส่วนใหญ่ไม่ชอบ 'ความยุ่งยากซับซ้อน' หรือความไม่สะดวกสบายในการเล่น (Inconvenience) เช่น ระบบการเดินทางที่จำกัด หรือความลำบากในการจัดการทรัพยากร ในทางกลับกัน ผู้เล่นฝั่งตะวันตกกลับมองว่าความยุ่งยากและความท้าทายเหล่านี้ (เรียกว่า Friction) คือเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ของเกมแนว RPG และต้องการให้มีระบบเหล่านี้อยู่
ทีมพัฒนาเน้นย้ำว่า แก่นแท้ของ Dragon’s Dogma 2 ไม่ใช่การสร้างความยุ่งยากเพื่อกลั่นแกล้งผู้เล่น แต่คือ 'ความรู้สึกบรรลุเป้าหมาย' (Sense of Accomplishment) ดังนั้นใน DLC ตัวใหม่ จึงต้องปรับปรุงด้วยการหาจุดสมดุลกลาง เช่น การใส่ตัวเลือกเปิด-ปิดระบบคัสตอมอาวุธ (ที่นำกลับมาจาก Dragon’s Dogma Online) การเพิ่มระดับความยาก Hard Mode ตามคำเรียกร้อง รวมถึงการปรับปรุงคุณภาพชีวิตภายในเกม (Quality of Life) โดยไม่ทำลายเสน่ห์ดั้งเดิมของเกมลงไป เพื่อให้ผู้เล่นทุกภูมิภาคได้รับประสบการณ์การเล่นที่ดีที่สุด
ที่มา Kotaku