รีวิว GameSir T7 Pro Retro Green จอยเขียวใสสไตล์คลาสสิกสเปคระดับโปร

แชร์เรื่องนี้:
รีวิว GameSir T7 Pro Retro Green จอยเขียวใสสไตล์คลาสสิกสเปคระดับโปร

หากพูดถึงจอยเกมมิ่งในตลาดตอนนี้ เชื่อว่าหลายคนน่าจะกำลังมองหาจอยที่มีทั้งความสวยงามเป็นเอกลักษณ์และมาพร้อมกับฟีเจอร์ระดับโปรในราคาที่เข้าถึงได้ง่าย ซึ่ง GameSir T7 Pro Retro Green คือหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจมากในเวลานี้ครับ โดยจอยรุ่นนี้เป็นจอยเกมแบบมีสายที่ได้รับลิขสิทธิ์แท้ Designed for Xbox รองรับการใช้งานได้อย่างครอบคลุมทั้งบนเครื่องคอนโซลตระกูล Xbox Series X|S, Xbox One ไปจนถึงคอมพิวเตอร์ระบบ Windows 10/11 และแพลตฟอร์มยอดฮิตอย่าง Steam วันนี้ผมจะมารีวิวการใช้งานจริง จอยสีเขียวใสสุดคลาสสิกตัวนี้จะมีความน่าประทับใจและมีข้อสังเกตตรงไหนที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจซื้อบ้างครับ

ดีไซน์ Retro Green โปร่งแสง และแสงสี RGB สุดโดดเด่น

สิ่งแรกที่สะกดสายตาตั้งแต่แกะกล่องออกมาคือดีไซน์ตัวบอดี้ที่มาในโทนสีเขียวโปร่งใสไล่เฉดสีสไตล์ Retro ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากเครื่องเกม Xbox รุ่นคลาสสิกในตำนาน ความโปร่งแสงของกรอบจอยทำให้เรามองทะลุเห็นรายละเอียดของแผงวงจรและชิ้นส่วนภายในได้อย่างชัดเจน ยิ่งไปกว่านั้นตัวจอยยังเสริมทัพด้วยไฟ RGB บริเวณปุ่มกด ABXY, ปุ่มทิศทาง D-pad, วงแหวนรอบก้านอนาล็อกทั้งสองข้าง และบริเวณด้านหลังด้ามจับเพื่อช่วยเพิ่มบรรยากาศในการเล่นเกม จากการที่ได้สัมผัสและเสียบสายใช้งานจริงต้องบอกเลยว่าเรื่องความสวยงามนั้นทำออกมาได้ไร้ที่ติ ตอนที่ไฟ RGB ติดสว่างขึ้นมาเป็นสีเขียวตามสไตล์เอกลักษณ์ของ Xbox ตัวจอยจะดูโดดเด่นและมีมิติที่สวยงามสะดุดตามากๆ ไม่ว่าจะเล่นในห้องที่เปิดไฟปกติหรือเล่นในสภาพแสงน้อยก็ตาม

การจับถือ วัสดุ และงานประกอบ

ในส่วนของโครงสร้างและการออกแบบตามสเปคของรุ่นนี้ จะเป็นจอยแบบเชื่อมต่อด้วยสาย (Wired) ที่ใช้พลังงานผ่านพอร์ต USB โดยตรง จึงไม่มีการใส่แบตเตอรี่มาให้ในตัว พร้อมทั้งออกแบบด้ามจับให้มีการแกะสลักพื้นผิวด้วยเลเซอร์ (Laser-engraved grip) เพื่อช่วยให้จับได้กระชับมือมากยิ่งขึ้น ซึ่งพอได้หยิบจับใช้งานจริง ความรู้สึกแรกที่สัมผัสได้ชัดเจนเลยคือตัวจอยมีน้ำหนักที่เบามาก เบาจนแทบไม่รู้สึกถึงน้ำหนักในมือเลยด้วยซ้ำ ข้อดีคือช่วยให้เราสามารถถือเล่นเกมต่อเนื่องได้ยาวนานโดยไม่รู้สึกปวดหรือล้าข้อมือ แต่อย่างไรก็ตาม ในแง่ของความรู้สึกต่อวัสดุพลาสติกที่ใช้ทำกรอบตัวจอย เมื่อลองจับและสัมผัสเทียบกันดูแล้ว ยังแอบให้ความรู้สึกที่ดูราคาถูกไปสักนิดหากนำไปเปรียบเทียบกับความแน่นและเกรดพลาสติกของจอย Xbox Series X|S ตัวต้นฉบับครับ

ก้านอนาล็อก Hall Effect และสัมผัสของปุ่มกด

ขยับมาดูกันที่หัวใจหลักในการควบคุมอย่างก้านอนาล็อกกันบ้าง รุ่นนี้เลือกใช้เทคโนโลยี GameSir™ Hall Effect Sticks ซึ่งเป็นระบบตรวจจับด้วยแม่เหล็กแบบไม่สัมผัส ช่วยลดปัญหาการสึกหรอของชิ้นส่วนและช่วยลดโอกาสเกิดอาการจอยดริฟต์ได้เป็นอย่างดี โดยข้อมูลจากผู้ผลิตระบุว่ามีอายุการใช้งานยาวนานสูงสุดถึง 5 ล้านรอบเลยทีเดียว จากการทดลองเล่นจริงพบว่าตัวก้านอนาล็อกทำออกมาได้ดีมาก ผิวสัมผัสบริเวณหัวอนาล็อกมีความหนึบติดนิ้วกำลังดี และการเคลื่อนที่หมุนก้านอนาล็อกทำได้อย่างนุ่มนวลและแม่นยำ แต่ก็ต้องดูระยะยาวอีกทีว่าจะทนขนาดไหน แต่สำหรับปุ่มกดส่วนอื่นๆ อย่างปุ่ม ABXY และปุ่ม D-pad ที่ตามสเปคระบุว่าเป็นปุ่มรูปแบบ Membrane หรือปุ่มยางนั้น เวลาใช้งานจริงกลับให้ฟีลลิ่งการกดที่ค่อนข้างธรรมดาทั่วไปตามมาตรฐานจอยปกติ ไม่ได้ให้ความรู้สึกที่หวือหวาหรือว้าวเป็นพิเศษครับ

ทริกเกอร์ปรับระยะได้ 2 ระดับ และปุ่มเสริมด้านหลังระดับโปร

จุดที่ทำให้รุ่น T7 Pro แตกต่างและเหนือกว่าจอยทั่วไปอย่างชัดเจนคือฟีเจอร์ระดับโปรที่ใส่มาให้ เริ่มตั้งแต่ปุ่มทริกเกอร์ LT/RT ที่เป็นระบบแม่เหล็ก 2-Stage Hall Effect Triggers มาพร้อมตัวล็อกด้านหลังที่ทำให้เราปรับระยะการกดได้ถึง 2 ระดับ (Trigger Stops) ไม่ว่าจะเป็นการปรับแบบ Long Travel ที่ให้ระยะกดลึกเหมาะสำหรับการควบคุมที่ต้องการความละเอียดอ่อนอย่างการเลี้ยงคันเร่งในเกมแข่งรถ หรือจะสลับเป็นแบบ Short Travel ที่ให้ระยะกดตื้นเพื่อการตอบสนองที่รวดเร็วทันใจในเกมแนวแอ็กชันหรือเกมยิงปืน โดยทางผู้ผลิตมีคำแนะนำเล็กน้อยว่าหลังจากสลับตัวล็อกปรับระยะแล้ว ให้กดทริกเกอร์จนสุดเบาๆ 3 ครั้งเพื่อเป็นการปรับเทียบระบบก่อนเล่น ซึ่งจากการใช้งานจริง ปุ่มปรับความลึกในการกด Trigger ตัวนี้ให้สัมผัสที่ดีและใช้งานได้จริงมากครับ

นอกจากนี้ ด้านหลังตัวจอยยังมีปุ่มเสริม 2 Remappable Back Buttons (L4/R4) ที่เราสามารถตั้งค่าแทนปุ่มอื่นๆ ได้ตามต้องการเพื่อช่วยให้ควบคุมเกมได้สะดวกขึ้น วิธีการตั้งค่าก็ทำได้ง่ายๆ บนตัวจอยทันที เพียงแค่กดปุ่ม M ค้างไว้พร้อมกับปุ่ม L4 หรือ R4 จนไฟ Xbox กะพริบ จากนั้นก็กดปุ่มปลายทางที่ต้องการแมปได้เลยโดยไม่ต้องมีตัวล็อกปุ่มหลัง (Back Button Latches) มาให้ยุ่งยาก ในการใช้งานจริง ตำแหน่งการจัดวางของปุ่มพิเศษด้านหลังทั้งสองปุ่มถือว่าอยู่ในจุดที่โอเคและลงตัวมาก นิ้วกลางสามารถวางทาบและกดใช้งานได้อย่างเป็นธรรมชาติ ควบคู่ไปกับมอเตอร์สั่น 4 จุด ที่ติดตั้งอยู่บริเวณกริปจับและทริกเกอร์ รวมถึงมีช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5mm audio jack มาให้ในตัวครบครัน

การเชื่อมต่อ อัตราการตอบสนอง (Polling Rate) และซอฟต์แวร์ GameSir Nexus

สำหรับการเชื่อมต่อของจอยรุ่นนี้จะใช้งานผ่านสายถัก USB-C แบบถอดได้ที่มีความยาวมาให้ถึง 3 เมตร ทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องระยะห่างเวลาต่อเล่นกับหน้าจอทีวีหรือโต๊ะคอมพิวเตอร์ ในด้านประสิทธิภาพอัตราการตอบสนอง ตัวจอยรองรับค่า Polling Rate สูงถึง 1000Hz เมื่อนำไปเสียบใช้งานบน PC แต่หากนำไปเสียบต่อเล่นบนเครื่องคอนโซล Xbox ตัวระบบจะถูกจำกัดและบังคับลดค่าลงมาเหลืออยู่ที่ 250Hz เท่านั้น

ทั้งนี้ ตัวจอยสามารถทำงานร่วมกับซอฟต์แวร์อย่าง GameSir Nexus ที่ดาวน์โหลดมาใช้งานได้ทั้งบน Xbox และ PC เพื่อใช้ในการปรับแต่งผังปุ่ม ระยะการทำงานของอนาล็อกและทริกเกอร์ ระดับความแรงของการสั่น สีสันของไฟ RGB รวมถึงการบันทึกโปรไฟล์แยกตามเกมที่เล่น อย่างไรก็ตาม มีข้อสังเกตสำคัญจากการใช้งานจริงอยู่จุดหนึ่ง คือภายในหน้าตั้งค่าของซอฟต์แวร์ GameSir Nexus ณ ปัจจุบัน ยังไม่มีตัวเลือกหรือ Option ให้เราเข้าไปกดปรับหรือตรวจสอบค่า Polling Rate ได้โดยตรง ทำให้ผู้ใช้งานอย่างเราไม่สามารถเช็กจากในแอปได้เลยว่าตอนที่เสียบใช้งานอยู่นี้ จอยกำลังวิ่งด้วยค่า Polling Rate ที่ 1000Hz จริงๆ หรือไม่ ซึ่งในจุดนี้คงต้องรอให้ทาง GameSir อัปเดตตัวซอฟต์แวร์ตามมาแก้ไขในอนาคตครับ

ความคุ้มค่า ราคาจำหน่าย

สำหรับราคาวางจำหน่ายจริงในประเทศไทยตามช่องทางร้านค้า Official ณ ปัจจุบัน หากเรากดใช้โค้ดส่วนลดแล้ว ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 1,800 บาทเท่านั้น แม้หลายคนอาจมองว่าเป็นจอยแบบมีสายและราคาดูจะสูงกว่าจอยรุ่นอื่นที่มีสเปคใกล้เคียงกันอยู่บ้าง แต่เมื่อพิจารณาว่านี่คือรุ่นที่ได้บอดี้สีและลวดลายพิเศษอย่าง Retro Green พร้อมฟีเจอร์ระดับตัว Pro ครบเครื่อง แถมภายในกล่องยังมีโค้ด Xbox Game Pass Ultimate แถมมาให้ใช้งานฟรี 1 เดือนสำหรับลูกค้าใหม่ ซึ่งตีเป็นมูลค่าของแถมก็ราวๆ 300 กว่าบาทแล้ว ทำให้เมื่อหักลบกันแล้วถือว่าค่อนข้างคุ้มค่ากับสเปคและสิ่งที่ได้มาเลยทีเดียว


GameSir T7 Pro Retro Green เป็นจอยที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับเกมเมอร์ที่อยากได้จอยดีไซน์สวยโดดเด่น มีความคลาสสิกแบบโปร่งใสโชว์แผงวงจรพร้อมไฟ RGB สวยๆ โดยที่ไม่ซีเรียสเรื่องการต้องเสียบสายเล่นตลอดเวลา และชื่นชอบจอยที่มีน้ำหนักเบาเป็นพิเศษ จับถือสบายมือ สามารถสลับนำไปต่อเล่นได้ทั้งบน PC และเครื่องคอนโซลตระกูล Xbox ได้อย่างคุ้มค่าในตัวเดียวครับ

แชร์เรื่องนี้:
Worrapol T.
Worrapol T.

Content Writer

เรื่องที่เกี่ยวข้อง