เว็บไซต์ Rock Paper Shotgun ได้รายงานบทสัมภาษณ์ของ Mark Darrah อดีตผู้อำนวยการผลิต (Executive Producer) ของ BioWare ผู้เคยดูแลเกม Anthem และซีรีส์ Dragon Age จากหนังสือ Summer Eternal Anthology โดยเขาได้ออกมาเตือนว่า อุตสาหกรรมเกมระดับ AAA ในปัจจุบันกำลังก้าวเข้าสู่ภาวะ "เปราะบางขั้นสุด" (Hyper-fragility) เนื่องจากขนาดทีมพัฒนาและต้นทุนการสร้างเกมที่สูงขึ้นจนเกินควบคุม โดยระบุว่าค่ายเกมอย่าง CD Projekt ผู้สร้าง The Witcher และ Cyberpunk กำลังตกอยู่ใน "พื้นที่ที่อันตรายอย่างยิ่ง" เพราะเกมยุคใหม่ของพวกเขาจำเป็นต้องทำยอดขายให้ได้สูงถึง 15 ถึง 20 ล้านชุดจึงจะสามารถคืนทุนได้
Darrah อธิบายว่าปัญหาหลักของเกม AAA คือการพึ่งพาความเชี่ยวชาญเฉพาะทางมากเกินไป จนทำให้ทีมพัฒนาขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งการมีทีมงานขนาดใหญ่ระดับ 500 คน หากเกิดการล่าช้าเพียงแค่ 1 เดือน ก็อาจทำให้งบประมาณบานปลายเพิ่มขึ้นทันที 5 ถึง 10 ล้านดอลลาร์ โดยเขาได้ยกตัวอย่างการเลื่อนวางจำหน่ายของ GTA 6 ที่มีทีมงานมากกว่า 4,700 คน ซึ่งหากประเมินตามต้นทุนแล้ว การเลื่อนวันขายอาจส่งผลให้ Rockstar เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมไปมากกว่า 500 ล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ เขายังชี้ให้เห็นว่า BioWare อดีตต้นสังกัดของเขาเองก็ตกเป็นเหยื่อของสภาวะนี้เช่นกัน หลังจาก Dragon Age: Veilguard ทำยอดผู้เล่นได้เพียง 1.5 ล้านคน ซึ่งน้อยกว่าเป้าหมายที่ EA ตั้งไว้ที่ 3 ล้านคน
ทว่า Darrah ได้มองเห็นทางรอดของวงการว่าอาจเกิดการแบ่งแยกตลาด (Bifurcation) โดยเกมกลุ่มหนึ่งจะกลายเป็นเกมทุนหนาระดับมหาศาลอย่าง GTA 6, Call of Duty หรือ Battlefield ขณะที่ค่ายอื่นๆ จำเป็นต้องปรับลดขนาดความคาดหวังลงมาทำเกมที่ตั้งเป้ายอดขายราว 3 ถึง 4 ล้านชุด เขาได้ยกตัวอย่างสตูดิโออย่าง Sandfall Interactive ผู้พัฒนาเกม Clair Obscur: Expedition 33 ที่ใช้ทีมงานภายในเพียงประมาณ 40 คน แต่ใช้วิธีการเอาท์ซอร์สงานทั้งหมด เช่น งานแอนิเมชัน ให้กับทีมนอกอย่างชาญฉลาด เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายประจำลง ซึ่งถือเป็นโมเดลการพัฒนาเกมที่น่าดึงดูดและยั่งยืนกว่าในยุคปัจจุบัน
ที่มา Rock Paper Shotgun