เว็บไซต์ GamesRadar+ รายงานว่า ตลอดช่วงเกือบหนึ่งปีที่ผ่านมา มีข่าวลือหนาหูในวงการเกมว่าฮาร์ดแวร์เจเนอเรชันถัดไปของ Sony อย่าง PlayStation 6 (PS6) อาจจะเปิดตัวมาพร้อมกันถึง 2 รูปแบบ ทั้งแบบเครื่องคอนโซลปกติและเครื่องเล่นเกมพกพา (Handheld) อย่างไรก็ตาม ข่าวลือนี้กลับสร้างความกังวลให้กับ Shawn Layden อดีตประธานของ SIE Worldwide Studios และผู้บริหารระดับสูงของ PlayStation ที่มองว่ากลยุทธ์นี้คือ "สูตรสำเร็จแห่งความล้มเหลว"
Shawn Layden ได้ไปร่วมพูดคุยในพอดแคสต์ The Trophy Room: A PlayStation Show โดยเขาได้กล่าวเตือนอดีตต้นสังกัดว่า อย่าพยายามเปิดตัวเครื่องคอนโซลและเครื่องเล่นเกมพกพาในเวลาเดียวกัน จากประสบการณ์ตรงที่เขาเคยร่วมงานกับ PlayStation ในยุคการบุกเบิก PSP และ PS Vita เขาพบว่า "มันเป็นเรื่องยากมากที่จะซัพพอร์ตทั้งเครื่องคอนโซลและเครื่องพกพาไปพร้อมๆ กัน มันแทบจะเหมือนกับว่าคุณต้องสร้างบริษัทแยกขึ้นมาอีกบริษัทเลยทีเดียว"
อดีตบอสใหญ่ PlayStation อธิบายต่อว่า แม้เครื่องทั้งสองรูปแบบจะสามารถส่งเสริมกันได้ แต่เมื่อถึงเวลาทำการตลาด เครื่องคอนโซลซึ่งสร้างเม็ดเงินได้มากกว่าและมีฐานผู้ชมที่ใหญ่กว่า มักจะได้รับน้ำหนักและความสำคัญในห้องประชุมมากกว่าเสมอ ซึ่งนั่นทำให้งบการตลาดของเครื่องพกพาอย่าง PSP ค่อยๆ เลือนหายไปในที่สุด
Layden ยังได้เล่าย้อนไปถึงเหตุการณ์ที่เขาเคยถูกผู้บริหารฝ่ายการเงิน (CFO) ของ Sony ตำหนิเรื่องยอดขาย PS3 ที่ทำได้ไม่ตามเป้า ทั้งที่ในตอนนั้นยอดขายของ PSP กำลังพุ่งทะยานทะลุเพดาน ซึ่งเหตุการณ์นี้ตอกย้ำจุดยืนของเขาที่ว่า Sony จะประสบความสำเร็จในเจเนอเรชันถัดไปได้ ก็ต่อเมื่อพวกเขามุ่งเน้นสนับสนุนแพลตฟอร์มเพียงแพลตฟอร์มเดียว มากกว่าการพยายามจับปลาสองมือเหมือนยุค PSP และ PS3

หากเจเนอเรชันถัดไป Sony เลือกที่จะทำแค่เครื่องพกพาเพียงอย่างเดียว ผมคิดว่าพวกเขามีโอกาสสูงมากที่จะเป็นผู้ชนะ" Layden กล่าวปิดท้าย "แต่ถ้าพวกเขาจะเปิดตัวทั้งเครื่องพกพาและคอนโซลพร้อมกัน ผมคิดว่าบริษัทไม่มีความสามารถพอ... เอาจริงๆ ผมไม่คิดว่าจะมีบริษัทไหนเลยบนโลกนี้ที่สามารถประสบความสำเร็จกับทั้งสองเครื่องได้พร้อมกัน
Shawn Layden
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ Layden พยายามส่งเสียงเตือน PlayStation เกี่ยวกับการพยายามทำตลาดเครื่องคอนโซลและเครื่องพกพาในเจเนอเรชันเดียวกัน โดยก่อนหน้านี้เขาเคยระบุชัดเจนว่าปัญหาหลักคือเรื่องของการแบ่ง "ทรัพยากรการพัฒนา" และ "ทรัพยากรด้านการตลาด" ที่มีอยู่อย่างจำกัดนั่นเอง
ที่มา GamesRadar+