เว็บไซต์ PC Gamer รายงานบทสัมภาษณ์ที่น่าสนใจของ Dave Oshry CEO ฝีปากกล้าจาก New Blood Interactive ค่ายเกมอินดี้ชื่อดังเจ้าของผลงานอย่าง Dusk และ Ultrakill ที่ออกมาแสดงทัศนะเกี่ยวกับสถานการณ์ของร้านค้าเกมดิจิทัลในปัจจุบัน โดยเขาแสดงความกังวลอย่างยิ่งต่ออนาคตของ GOG (Good Old Games) แพลตฟอร์มขายเกมแบบไร้ DRM ที่เขาชื่นชอบเป็นการส่วนตัว แต่กลับมองว่าสถานการณ์ปัจจุบันกำลังเข้าขั้นวิกฤต เพราะหากผู้เล่นไม่ให้ความสนใจมากพอ ก็ไม่รู้ว่าแพลตฟอร์มนี้จะยืนระยะอยู่ต่อไปได้อีกนานแค่ไหน
Oshry วิเคราะห์ว่าจุดเปลี่ยนสำคัญคือการที่ Steam เปิดประตูรับเกมเก่าคลาสสิกเข้ามาขายในร้านค้าของตัวเอง ทำให้จุดเด่นของ GOG ที่เคยเป็นแหล่งรวมเกมเก่าหายไป จากเดิมที่ยอดขายเกมบน GOG เคยทำได้ประมาณ 5-10% เมื่อเทียบกับ Steam ปัจจุบันตัวเลขดังกล่าวลดฮวบลงเหลือเพียง 1-5% เท่านั้น แม้ว่า GOG จะมีฟีเจอร์ที่ดีอย่างการติดตั้ง Mod ได้ง่าย ๆ (เช่น Fallout London) หรือการไม่มี DRM แต่ความสะดวกสบายของ Steam ก็ยังชนะใจผู้เล่นส่วนใหญ่ได้อยู่ดี โดยเขายกตัวอย่างประสบการณ์ส่วนตัวที่พยายามเล่นเกมเก่าบน GOG แล้วพบปัญหายุ่งยากจนต้องลบทิ้งหลังจากเล่นไปได้แค่ 5 นาที ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าความรักในความคลาสสิกอาจไม่เพียงพอที่จะดึงดูดผู้ใช้งานยุคนี้

นอกจากนี้ Oshry ยังได้วิจารณ์ Epic Games Store คู่แข่งอีกรายอย่างเผ็ดร้อน โดยระบุว่ากลยุทธ์การแจกเกมฟรีและการให้ส่วนแบ่งรายได้นักพัฒนาที่สูงกว่า Steam นั้นไม่สามารถเอาชนะเจ้าตลาดได้ เพราะหัวใจสำคัญคือยอดคนซื้อ เขาเปรียบเทียบอย่างเจ็บแสบว่า "คุณจะให้ส่วนแบ่งนักพัฒนา 100% เลยก็ได้ถ้าคุณต้องการ แต่ถ้าไม่มีใครซื้อเกมล่ะ? 100% ของศูนย์มันก็คือศูนย์ แล้วใครจะไปสนกัน?" ซึ่งคำพูดนี้สะท้อนความเป็นจริงอันโหดร้ายของตลาดร้านค้าเกมพีซีในปัจจุบันที่ Steam ยังคงผูกขาดความนิยมไว้อย่างเหนียวแน่น
ที่มา PC Gamer