เกือบไม่ตำนาน! CEO Take-Two เผยยอมทุ่มเงินเพิ่ม 50 ล้านดอลลาร์รื้อกราฟิก Borderlands นาทีสุดท้าย

แชร์เรื่องนี้:
เกือบไม่ตำนาน! CEO Take-Two เผยยอมทุ่มเงินเพิ่ม 50 ล้านดอลลาร์รื้อกราฟิก Borderlands นาทีสุดท้าย

หากพูดถึงซีรีส์เกมยิงระดับตำนานอย่าง Borderlands สิ่งแรกที่ทุกคนนึกถึงย่อมเป็นลายเส้นกราฟิกแบบเซลเฉด (Cel-shaded) ที่จัดจ้านและเปี่ยมไปด้วยเอกลักษณ์ ทว่าเบื้องหลังความสำเร็จนี้เกือบจะไม่เกิดขึ้นหากขาดการตัดสินใจครั้งประวัติศาสตร์ที่ต้องแลกมาด้วยเม็ดเงินมหาศาล โดยสื่อต่างประเทศอย่าง GamesRadar+ ได้เปิดเผยบทสัมภาษณ์ล่าสุดของ Strauss Zelnick ประธานบริหารของ Take-Two Interactive ที่ออกมาเล่าขำ ๆ แต่จริงจังว่า การตัดสินใจเปลี่ยนสไตล์ภาพของเกมในนาทีสุดท้ายนั้น คิดเป็นมูลค่าความเสียหายสูงถึง 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐเลยทีเดียว

Strauss Zelnick ย้อนอดีตไปในช่วงที่ตัวเกมภาคแรกใกล้จะพัฒนาเสร็จสิ้นและมีกำหนดส่งมอบในอีกเพียง 2 เดือนข้างหน้า ในตอนนั้นมีผู้บริหารอีกคนเดินเข้ามาในห้องทำงานของเขาแล้วบอกตรง ๆ ว่า "พวกเราพลาดแล้ว สไตล์ภาพแบบนี้มันไม่เหมาะสมและไม่มีความแตกต่างเลย เราอยากทำเกมนี้ใหม่" เนื่องจากในช่วงปี 2007 ที่เกมเปิดตัวครั้งแรก ตัวเกมมีโทนภาพที่มืดหม่นและดูสมจริง ซึ่งแทบจะไม่ต่างอะไรกับเกมยิงกระแสหลักในยุค Xbox 360 อย่าง Gears of War หรือ Fallout การสั่งรื้อระบบกราฟิกของเกมแนว Looter Shooter ใหม่ทั้งหมดในตอนนั้น 

ส่งผลให้ Take-Two ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นทันที 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (หรือราว ๆ 1.8 พันล้านบาท) และทำให้กำหนดการวางจำหน่ายต้องถูกเลื่อนออกไปนานกว่าหนึ่งปีเต็ม ซึ่ง Strauss Zelnick ยอมรับว่าเขารวบรวมข้อมูลอย่างหนักก่อนจะตัดสินใจอนุมัติแผนการนี้ เพราะในแง่ของธุรกิจการทำแบบนี้มันเข้าขั้น 'บ้าคลั่ง' และเขาค่อนข้างมั่นใจว่าถ้าเป็นค่ายเกมยักษ์ใหญ่ค่ายอื่น คงเลือกที่จะสั่งปล่อยเกมเวอร์ชันเดิมออกไปให้จบ ๆ มากกว่าจะยอมเสียเงินก้อนโตเพื่อรื้อสไตล์ภาพใหม่ทั้งหมด

สุดท้ายแล้ว การเดิมพันครั้งใหญ่นี้ก็สัมฤทธิ์ผลอย่างงดงาม หลังจากเกมหายไปจากสายตาผู้คนและกลับมาเปิดตัวใหม่พร้อมกราฟิกแนวการ์ตูนสุดกวนในปี 2008 ก่อนจะวางจำหน่ายจริงในปี 2009 ซึ่ง Strauss Zelnick ทิ้งท้ายอย่างมั่นใจว่า หากพวกเขาไม่เลือกที่จะเปลี่ยนสไตล์ภาพในวันนั้น Borderlands ก็คงไม่มีทางกลายเป็นเกมฮิตที่สร้างแฟรนไชส์ยอดขายถล่มทลายมาจนถึงทุกวันนี้อย่างแน่นอน

ที่มา GamesRadar+

แชร์เรื่องนี้:
Badeedooboy
Badeedooboy

Content Writer

เรื่องที่เกี่ยวข้อง