จากกรณีที่ Daniel Ahmad นักวิเคราะห์ชื่อดังจาก Niko Partners ได้แสดงความคิดเห็นเชิงเปรียบเทียบระหวางนโยบายการเตรียมยุติผลิตแผ่นเกมใหม่ของ Sony Interactive Entertainment กับการที่ Apple ถอดไดรฟ์ซีดีออกจากคอมพิวเตอร์ในปี 2008 จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์และทำให้ผู้เล่นบางส่วนตีความว่าเขาเห็นดีเห็นงามกับการจำกัดทางเลือกของผู้บริโภค ล่าสุด Ahmad ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม Bluesky เพื่อชี้แจงเจตนารมณ์และขยายความถึงแก่นแท้ของปัญหาที่แท้จริง
Ahmad ระบุว่า ข้อความก่อนหน้านี้ของเขาเป็นการอธิบายในบริบทของโครงสร้างตลาดเกม PC ในปัจจุบัน ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าแพลตฟอร์มคอมพิวเตอร์ได้เปลี่ยนผ่านเข้าสู่ระบบดิจิทัล 100% ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เนื่องจากความไม่สะดวกในการผลิตเกมสมัยใหม่ที่มีขนาดไฟล์ใหญ่เกินกว่าที่แผ่นดิสก์ทั่วไปจะรองรับได้ รวมถึงการที่คอมพิวเตอร์สำเร็จรูปในตลาดเลิกติดตั้งไดรฟ์อ่านแผ่นไปนานแล้ว
"นี่ไม่ใช่การที่ผมออกมาบอกว่า 'ว้าว ผมรัก Sony และพวกเขาช่างยอดเยี่ยมเหลือเกินที่ทำสิ่งนี้' แต่สิ่งที่ผมต้องการจะสื่อคือ ตลาด PC ในปัจจุบันแทบไม่มีผู้เล่นคนใดโหยหาการกลับมาของแผ่นเกมกล่องใหญ่ในอดีตอีกต่อไปแล้ว ทว่าสิ่งที่ทุกคนต้องตระหนักหลังจากนี้ ไม่ว่าจะเป็นการพยายามดึงแผ่นเกมให้กลับมา หรือการยอมรับระบบดิจิทัลก็ตาม สิ่งสำคัญที่สุดคือ บทสนทนาในอุตสาหกรรมจำเป็นต้องเปลี่ยนทิศทางไปสู่เรื่องของสิทธิผู้บริโภค (Consumer Rights) และขอบเขตของสิ่งที่เราควรจะทำได้ภายใต้ใบอนุญาต (License) ที่เราจ่ายเงินซื้อมา"
การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลบน PC ประสบความสำเร็จและได้รับการยอมรับจากผู้เล่นส่วนใหญ่ เนื่องจากมีผู้ให้บริการยักษ์ใหญ่อย่าง Steam ของ Valve รวมถึง storefront อื่นๆ คอยแข่งขันกันส่งมอบสิทธิประโยชน์เพื่อดึงดูดใจผู้บริโภค แพลตฟอร์ม PC มีระบบการคืนเงิน (Refund) ที่ชัดเจนและเป็นธรรม, มีระบบการส่งมอบเกมเป็นของขวัญ (Gifting), และระบบ Family Sharing ที่มีประสิทธิภาพ
ในทางตรงกันข้าม ระบบนิเวศน์ดิจิทัลบนเครื่องคอนโซลทั้ง 3 ค่ายใหญ่ในปัจจุบัน (PlayStation Store, Xbox Games Store, Nintendo eShop) กลับยังไม่มีรายใดที่สามารถส่งมอบระบบการบริการและสิทธิประโยชน์ที่เทียบเท่ากับฝั่ง PC ได้เลย ยิ่งไปกว่านั้น แพลตฟอร์มคอนโซลมีลักษณะของตลาดผูกขาดโดยสมบูรณ์ ผู้เล่นไม่มีทางเลือกในการย้ายไปซื้อเกมดิจิทัลจากร้านค้าอื่นที่ให้ราคาถูกกว่า ซึ่งส่งผลให้สิทธิ์ในการครอบครองเกมของผู้บริโภคมีความเปราะบางสูงมากหากแผ่นดิสก์สูญหายไปจากระบบ
Ahmad ชี้ว่า ขบวนการเคลื่อนไหวในปัจจุบัน เช่น แคมเปญ "Stop Killing Games" ซึ่งเป็นกลุ่มที่เรียกร้องไม่ให้ผู้พัฒนาทำลายสิทธิ์การเข้าถึงเกมของผู้เล่นหลังจากปิดบริการเซิร์ฟเวอร์ ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แต่สังคมจำเป็นต้องกดดันให้เกิดข้อบังคับทางกฎหมายที่ครอบคลุมไปถึงระบบการจัดการทรัพย์สินดิจิทัลในภาพรวมทั้งหมด
บทสรุปของนักวิเคราะห์มองว่า แม้ว่าความต้องการให้แผ่นเกมคงอยู่ตลอดไปจะเป็นสิ่งที่น่ายกย่องในเชิงการอนุรักษ์ แต่ในแง่ของกลไกตลาด ความเป็นไปได้ที่รูปแบบแผ่นจะสูญพันธุ์นั้นมีสูงมาก ดังนั้น พลังงานของชุมชนผู้เล่นเกมทั่วโลกในปัจจุบันจึงควรเปลี่ยนจากการประท้วงเรื่องตัวจำพวกวัตถุ (Physical formats) มาเป็นการร่วมมือกันผลักดันและเรียกร้องสิทธิ์การเป็นเจ้าของ ในโลกดิจิทัลที่เข้มแข็งและโปร่งใสยิ่งขึ้น เพื่อไม่ให้การซื้อเกมเต็มราคาแปรสภาพเป็นเพียงแค่อัตราค่าเช่าใช้ชั่วคราวตามความพึงพอใจของบริษัทผู้ผลิต
ที่มา Gamesradar