เว็บไซต์ IGN รายงานบทสัมภาษณ์ของ Shuhei Yoshida อดีตผู้บริหารระดับสูงของ PlayStation Worldwide Studios ที่ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับ The Verge โดยเขาได้แสดงความคิดเห็นว่า บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Sony และ Nintendo ควรให้ความสำคัญกับการรักษาแพลตฟอร์มฮาร์ดแวร์ยุคปัจจุบันอย่างเครื่อง PS5 และ Switch 2 ให้อยู่ในตลาด "นานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้" ท่ามกลางวิกฤตต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้นจนทำให้ราคาคอนโซลทั้งสองเครื่องต้องปรับตัวแพงขึ้นในช่วงที่ผ่านมา
Yoshida มองว่าค่ายเกมอาจต้องพิจารณาเลื่อนการเปิดตัวฮาร์ดแวร์ยุคถัดไป (Next-Gen) ออกไปก่อน เนื่องจากความตึงเครียดด้านต้นทุนสินค้า โดยเฉพาะปัญหาที่ถูกเรียกว่า "RAMageddon" หรือการพุ่งขึ้นของราคาหน่วยความจำคอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นผลพวงมาจากการแย่งชิงทรัพยากรการผลิตไปป้อนให้กับศูนย์ข้อมูล AI (AI Datacenters) ที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด ทำให้ทรัพยากรในการผลิตหน่วยความจำมีจำกัดและถูกจองล่วงหน้าไปจนหมด หาก Sony หรือค่ายอื่นๆ ต้องการผลิตคอนโซลรุ่นใหม่ในตอนนี้ ก็อาจไม่สามารถทำได้ในปริมาณที่ต้องการ หรืออาจต้องตั้งราคาขายในระดับที่ผู้บริโภคยากจะเข้าถึง

สถานการณ์ด้านราคาในปัจจุบันสะท้อนภาพนี้ได้เป็นอย่างดี เครื่อง PS5 รุ่นมีช่องใส่แผ่นที่เคยเปิดตัวในราคา 500 ดอลลาร์ ปัจจุบันปรับขึ้นเป็น 650 ดอลลาร์ ขณะที่ PS5 Pro พุ่งไปถึง 900 ดอลลาร์ ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าหาก PS6 เปิดตัวในสถานการณ์เช่นนี้ ราคาอาจทะลุ 1,000 ดอลลาร์ได้เลยทีเดียว ส่วนทางด้าน Nintendo Switch 2 ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อปีที่แล้ว (2025) ก็มีการปรับราคาขึ้นจาก 450 ดอลลาร์ เป็น 500 ดอลลาร์แล้วเช่นกัน
นอกจากปัจจัยเรื่องต้นทุนแล้ว Yoshida ยังชี้ให้เห็นว่า ทั้งกลุ่มผู้เล่นและนักพัฒนาเกมต่างไม่ได้มีความต้องการฮาร์ดแวร์ที่ทรงพลังไปมากกว่านี้ "ผมไม่คิดว่าผู้คนหรือแม้แต่นักพัฒนาจะกำลังเรียกร้องหาความแรงที่มากขึ้น ผมคิดว่านั่นแปลว่าฮาร์ดแวร์ยุคปัจจุบันของ Sony และ Nintendo จะยังคงทำผลงานได้ดีเยี่ยมไปอีกหลายปี เพราะผู้คนยังคงมีความสุขดีกับการเล่นเกมบน PS5, Switch 2 หรือ PC ที่สเปกดีพอ โดยไม่ได้รู้สึกว่าจำเป็นต้องเปลี่ยนเครื่องใหม่" Yoshida กล่าวเสริม

อย่างไรก็ตาม เขาระบุว่าจะมีข้อยกเว้นเพียงหนึ่งเดียวคือ Xbox ที่มีความชัดเจนในการผลักดันคอนโซลยุคใหม่ด้วยโปรเจกต์ Project Helix เนื่องจากไมโครซอฟท์ต้องการเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์การแข่งขัน หลังจากที่ยอดขายฮาร์ดแวร์ยุคปัจจุบันไม่สามารถทำตัวเลขได้ตามเป้า ซึ่ง Yoshida มองว่าแม้จะเป็นเรื่องยากสำหรับฝั่ง Xbox แต่ก็น่าตื่นเต้นที่จะได้เห็นว่าพวกเขาจะงัดกลยุทธ์อะไรออกมาสู้ในปีหน้า
ที่มา IGN