สื่อข่าวต่างประเทศ The Game Business รายงานบทสัมภาษณ์ล่าสุดของ Strauss Zelnick ตำแหน่ง CEO ของบริษัท Take-Two (บริษัทแม่ของ Rockstar Games ผู้สร้างแฟรนไชส์ Grand Theft Auto หรือ GTA) ที่ได้ออกมาพูดคุยถึงกระแสความตื่นตระหนกของนักลงทุน หลังจากที่ Google เปิดตัว Project Genie ซึ่งเป็น AI ที่สามารถเปลี่ยน Text และ Image prompts ให้กลายเป็นโลก 3D เสมือนจริงได้ จนส่งผลให้หุ้นของบริษัทเกมหลายแห่ง รวมถึง Take-Two ร่วงลงอย่างน่าตกใจ
Strauss Zelnick ได้ให้มุมมองผ่านรายการ The Game Business Show ว่า เขาค่อนข้างประหลาดใจกับปฏิกิริยาของตลาดที่มองเทคโนโลยีนี้เป็นภัยคุกคาม เพราะในความเป็นจริง ประวัติศาสตร์ของอุตสาหกรรมเกมคือการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อสร้างสรรค์ความบันเทิงที่ดีที่สุด ดังนั้นความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่ช่วยให้ทำงานได้ดีขึ้นและเร็วขึ้นจึงถือเป็นเรื่องดีสำหรับค่ายเกม
เขาโต้แย้งแนวคิดที่ว่า AI จะทำให้ใครก็สามารถสร้างเกมฮิตได้ โดยอธิบายว่า "เครื่องมือเหล่านี้อาจช่วยให้คุณสร้าง Asset ได้ แต่มันไม่ได้ช่วยให้คุณสร้างผลงานฮิตได้ ตอนนี้มี Asset อยู่เต็มไปหมด ไม่สำคัญหรอกว่าคุณจะกดปุ่มสร้าง Asset หรือใช้เวลาหกสัปดาห์สร้างมันขึ้นมา ท้ายที่สุดคุณก็มีแค่ Asset เกมบนแพลตฟอร์ม Mobile นับพันเกมถูกปล่อยออกมาทุกปี แต่มีเพียงหยิบมือเดียวเท่านั้นที่กลายเป็นเกมฮิต ในทำนองเดียวกัน คุณอาจสร้าง Asset ที่ดูเหมือนเกมฟอร์มยักษ์อย่าง NBA 2K หรือ EA Sports FC ได้ แต่การจะสร้างเกมฮิตระดับนั้นมันเป็นคนละเรื่องกันเลย และยังไงก็ต้องอาศัยการมีส่วนร่วมและความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์"

เมื่อถูกถามว่าเครื่องมืออย่าง Project Genie จะช่วยลดช่องว่างให้คนทั่วไปสร้างเกมระดับ GTA ได้หรือไม่ เขาตอบกลับอย่างหนักแน่นว่า "ไม่มีทางแม้แต่น้อย (Not even the littlest bit) แนวคิดที่ว่าเครื่องมือใหม่ๆ จะทำให้บุคคลทั่วไปกดปุ่มเดียวแล้วสร้างเกมฮิตส่งไปถึงผู้บริโภคหลายล้านคนทั่วโลกได้นั้น เป็นแนวคิดที่น่าขบขัน (Laughable notion)"
นอกจากประเด็นเรื่อง AI แล้ว บทสัมภาษณ์นี้ยังครอบคลุมไปถึงแผนการเติบโตของบริษัทในตลาดโลก โดย Take-Two ตั้งเป้าว่าภายในปี 2036 รายได้ 75-80% ของบริษัทจะมาจากนอกสหรัฐอเมริกา โดยเล็งเจาะตลาดเกิดใหม่ในภูมิภาค Asia, Latin America, India และ Africa ผ่านการทำ Localization การหาพันธมิตรจัดจำหน่าย และการปรับราคาสินค้าตามภูมิภาค
ในช่วงท้าย Zelnick ยังได้ยืนยันจุดยืนของบริษัทเกี่ยวกับการใส่โฆษณาในเกมว่า ทางค่ายไม่สนใจที่จะใช้วิธีนี้กับเกมระดับ Premium ที่ผู้เล่นยอมจ่ายเงิน 70-80 ดอลลาร์เพื่อซื้อมาเล่นอย่างแน่นอน เพราะมองว่าเป็นการกระทำที่ไม่แฟร์ต่อผู้บริโภค จะมีข้อยกเว้นเพียงแค่โฆษณาตามป้ายข้างสนามในเกมกีฬาอย่าง NBA 2K เพื่อความสมจริงเท่านั้น

ที่มา The Game Business