Yonghee Cho ผู้กำกับ PRAGMATA ต้องเผชิญกับความกดดันอย่างหนักก่อนวันวางจำหน่าย 17 เมษายน 2026 เนื่องจากเป็นผลงานเดบิวต์ในฐานะผู้กำกับและเป็น IP ใหม่ที่ต้องต่อยอดจากความสำเร็จของเกมระดับแม่เหล็กอย่าง Resident Evil และ Monster Hunter ในปีที่ Capcom มีตารางเปิดตัวเกมฟอร์มยักษ์อย่างต่อเนื่อง
เว็บไซต์ GamesRadar+ รายงานบทสัมภาษณ์ Yonghee Cho และ Naoto Oyama โปรดิวเซอร์ ถึงเส้นทางการพัฒนาที่เริ่มต้นจากการระดมสมองสร้างเกมอนาคตบนดวงจันทร์ จนสรุปมาเป็นเกมแอ็กชันมุมมองบุคคลที่สามที่เน้นการแฮ็กหุ่นยนต์ AI เพื่อหยุดการเคลื่อนไหวแล้วจึงปิดฉากด้วยอาวุธ ซึ่งทีมงานระบุว่าอุปสรรคสำคัญที่ทำให้ต้องใช้เวลาพัฒนาถึง 6 ปี คือปัญหาด้านคุณภาพของระบบแฮ็กที่เคยทำไว้ในช่วงแรกไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานของบริษัทสำหรับการใช้งานตลอดทั้งเกม ทำให้ต้องตัดสินใจลองผิดลองถูกและรื้อระบบหลักใหม่ทั้งหมด

ด้านผลกระทบจากการเปิดตัวเทรลเลอร์ที่เร็วเกินไปในปี 2020 Cho ยอมรับว่าส่งผลกระทบต่อความมั่นใจและสร้างความกดดันให้ทีมงาน แต่ในขณะเดียวกัน เสียงตอบรับจากแฟนเกมที่เฝ้ารอคอยอย่างเหนียวแน่นก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยดึงศักยภาพทีมพัฒนาให้สร้างเกมที่ "ดีกว่าที่จินตนาการไว้ในตอนแรก" จนกลายเป็นความสำเร็จที่ได้รับคะแนนรีวิวดีเยี่ยมและยอดขายที่แข็งแกร่งในปี 2026
จุดเปลี่ยนสำคัญที่ส่งผลต่อความสำเร็จคือการสร้างตัวละคร Hugh และ Diana ให้มีเอกลักษณ์ โดยเฉพาะ Diana ที่สร้างความสัมพันธ์แบบพ่อ-ลูกในเชิงบวก ซึ่งผู้เล่นทั่วโลกให้การตอบรับอย่างลึกซึ้ง โดย Cho ระบุว่ารู้สึกซาบซึ้งและถ่อมตัวที่เกมได้สร้างประสบการณ์ส่วนตัวอันสำคัญให้กับผู้เล่น ส่วนอนาคตของภาคต่อนั้นขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของทาง Capcom แต่ Cho ฝากคำแนะนำถึงตัวเองในอดีตว่าการก้าวข้ามผ่านช่วงเวลาการพัฒนาที่ยากลำบากนั้น "ต้องกัดฟันสู้ ต้องไปให้สุด และห้ามยอมแพ้เด็ดขาด"

ที่มา GamesRadar+