เว็บไซต์ The Gamer รายงานความคืบหน้าล่าสุดของเกมอมตะตายยากอย่าง The Elder Scrolls V: Skyrim ที่เพิ่งวางจำหน่ายแบบ Shadowdrop (วางขายทันทีโดยไม่บอกล่วงหน้า) บนเครื่องเล่นเกมรุ่นใหม่อย่าง Nintendo Switch 2 ไปเมื่อเดือนธันวาคมปี 2025 ที่ผ่านมา ซึ่งการเปิดตัวในครั้งนั้นสร้างความผิดหวังให้กับแฟนเกมไม่น้อย เนื่องจากตัวเกมประสบปัญหา Input lag หรืออาการปุ่มกดหน่วง รวมถึงเฟรมเรตที่กระตุกอย่างเห็นได้ชัด ทั้งที่ตัวเกมมีอายุอานามปาเข้าไปถึง 15 ปีแล้ว
ล่าสุด Bethesda ได้ปล่อยแพตช์อัปเดตเวอร์ชั่น 1.2 ออกมาแก้ไขสถานการณ์ โดยไฮไลต์สำคัญคือการเพิ่มตัวเลือกโหมดการแสดงผลใหม่ในหน้าตั้งค่า ซึ่งผู้เล่นสามารถเลือกสลับได้ระหว่าง 'Prioritize Visuals' (เน้นกราฟิก) ที่จะล็อกเฟรมเรตไว้ที่ 30FPS เพื่อความนิ่งของภาพ และโหมด 'Prioritize Performance' (เน้นประสิทธิภาพ) ที่จะปลดล็อกเฟรมเรตให้ลื่นไหลที่ 60FPS ซึ่งถือเป็นสิ่งที่ผู้เล่นเรียกร้องมากที่สุด อย่างไรก็ตาม สื่อต่างประเทศได้ตั้งข้อสังเกตว่า ในเมื่อสเปกของ Switch 2 นั้นแรงพอที่จะรันเกมหนักๆ อย่าง Cyberpunk 2077 ได้ที่ราว 40FPS การที่เกมเก่าระดับ Skyrim ต้องมาคอยสลับโหมดกราฟิกแทนที่จะรัน 60FPS ได้แบบสุดกราฟิกในโหมดเดียว ถือเป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจอยู่พอสมควร

นอกจากเรื่องเฟรมเรตแล้วสื่อต้นทางชี้ว่าในบันทึกการอัปเดตกลับไม่มีการระบุถึงการแก้ไขปัญหา Input lag ไว้อย่างชัดเจน ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ที่ผู้เล่นบ่นกันมากที่สุด แต่คาดว่าอาการดังกล่าวอาจจะดีขึ้นจากการปรับปรุงประสิทธิภาพโดยรวมในแพตช์นี้ ถึงแม้ว่าท้ายที่สุดตัวเกมจะกลับมาเล่นได้ลื่นไหลไม่มีสะดุดแล้ว แต่ก็อดตั้งคำถามไม่ได้ว่า Bethesda ที่พอร์ตเกมนี้ขายมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน ควรจะจัดการเรื่องพื้นฐานเหล่านี้ให้เรียบร้อยตั้งแต่ก่อนวางขาย ไม่ใช่ปล่อยให้มีปัญหาแล้วค่อยตามมาแก้อีกครั้งในเครื่องเกมเจเนอเรชันใหม่แบบนี้
ที่มา The Gamer