เบื้องหลังอันมืดมน: TES 6 เผชิญปัญหารุมเร้าหลัง Xbox สั่งปลดทีมพัฒนาชุดเก่า ชี้ขวัญกำลังใจทีมงานพัง

แชร์เรื่องนี้:
เบื้องหลังอันมืดมน: TES 6 เผชิญปัญหารุมเร้าหลัง Xbox สั่งปลดทีมพัฒนาชุดเก่า ชี้ขวัญกำลังใจทีมงานพัง

ผ่านพ้นไปแล้วถึง 8 ปีเต็ม นับตั้งแต่การประกาศเปิดตัวทีเซอร์สั้นๆ ของ The Elder Scrolls 6 ในงาน E3 2018 ทว่าความคืบหน้าของมหากาพย์เกม RPG ที่มีผู้เล่นรอคอยมากที่สุดตลอดกาลกลับดูห่างไกลจากความสำเร็จมากขึ้นทุกที หลังจากนโยบายการปรับลดโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ของ Microsoft และ Xbox ที่สั่งปลดพนักงานไปกว่า 1,600 ตำแหน่ง และมีแผนจะปลดเพิ่มอีกเท่าตัวในอีก 12 เดือนข้างหน้า ได้ลุกลามเข้าสู่สตูดิโอหลักและทำลายโครงสร้างการทำงานดั้งเดิมลงอย่างสิ้นเชิง

แม้ว่าเมื่อเปรียบเทียบในเชิงตัวเลขแล้ว Bethesda Game Studios จะได้รับผลกระทบจากการเลย์ออฟไปราว 50 กว่าตำแหน่ง ซึ่งดูน้อยกว่าสตูดิโอพี่น้องในเครือ ZeniMax อย่าง ZeniMax Online Studios (ผู้พัฒนาเอนจินหลักของ TES Online) ที่ถูกตัดลดไปถึง 213 ตำแหน่ง หรือ id Software ที่เหลือเพียงโครงร่างหลังพนักงานหายไป 136 คน ทว่าข้อมูลที่พนักงานทั้งอดีตและปัจจุบันแอบส่งตรงถึงสำนักข่าว IGN ระบุว่า ตัวเลข 50 กว่าคนที่หายไปของ Bethesda คือความเสียหายในระดับโครงสร้าง

"การสูญเสียบุคลากรเหล่านี้จะส่งผลกระทบแบบโดมิโน อย่างรุนแรงต่อตัวเกมและขวัญกำลังใจของคนในสตูดิโอ" แหล่งข่าวภายในระบุ กลุ่มคนที่ถูกเลิกจ้างไม่ใช่พนักงานฝ่ายการตลาดหรือฝ่ายควบคุมคุณภาพ แต่เป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่กระจายอยู่ในทุกสาขา ทั้งโปรแกรมเมอร์, ศิลปิน และนักออกแบบระบบ หนึ่งในรายชื่อที่สร้างความตื่นตระหนกที่สุดคือ Christiane Meister หัวหน้าศิลปินออกแบบตัวละครระดับอาวุโส (Lead Character Artist) ผู้ฝากผลงานอันเป็นเอกลักษณ์ไว้กับเกมระดับตำนานทุกเกมของค่าย นับตั้งแต่วันที่ The Elder Scrolls III: Morrowind วางจำหน่าย

ปัญหาสำคัญที่ตามมาจากการปลดพนักงานผู้คร่ำหวอดคือ เรื่องของความเชี่ยวชาญในเทคโนโลยีเฉพาะ เป็นที่ทราบกันดีว่า Bethesda เลือกที่จะพัฒนาเกมบนเอนจินดั้งเดิมของตนเองซึ่งปัจจุบันถูกขัดเกลามาถึงเวอร์ชัน Creation Engine 3 การสูญเสียผู้พัฒนารุ่นเก๋าที่รู้วิธีการจัดการกับ 'หนี้ทางเทคนิค' (Tech debt) ของเอนจินนี้ดีที่สุด ทำให้เกิดความกังวลอย่างหนักภายในทีมว่า แผนการของ Xbox ที่จะนำแรงงานสัญญาจ้างภายนอก ที่มีราคาถูกกว่าเข้ามาแทนที่เพื่อประหยัดงบประมาณ จะไม่สามารถเข้ามาสานต่อเนื้อหาได้ในทันที และต้องเสียเวลาจำนวนมากในการเรียนรู้ระบบใหม่ ซึ่งจะส่งผลให้ตัวเกมต้องเลื่อนกำหนดการพัฒนาออกไปอีก และบีบให้พนักงานที่เหลืออยู่ต้องเผชิญกับสภาวะหักโหมงานหนัก เพื่อชดเชยเวลาที่เสียไป

นักวิเคราะห์ในอุตสาหกรรมเกมเริ่มใช้นิยามคำว่า "การตัดสินใจเชิงตัวเลขบนแผ่นกระดาษ" กับแนวทางการบริหารของ Xbox ในปัจจุบัน เนื่องจากพฤติกรรมดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าเบื้องบนมองบุคลากรที่มีประสบการณ์สูงว่าเป็นต้นทุนที่แพงเกินไป และเลือกที่จะตัดทิ้งโดยไม่สนใจคุณค่าในเชิงศิลปะหรือความภักดีของฐานผู้เล่น

กระแสข่าวลือระบุว่า ความเร่งรีบในการเข็นเกมออกสู่ตลาดอาจเกี่ยวเนื่องกับแผนการที่ต้องการดันมูลค่าของแบรนด์ Xbox ให้สูงที่สุด ผ่านการเปิดตัวทรัพย์สินทางปัญญา (IP) ระดับแม่เหล็กอย่าง The Elder Scrolls 6 และโปรเจกต์ Fallout ภาคใหม่ เพื่อเตรียมความพร้อมในกรณีที่มีการแยกตัว หรือขายกิจการให้แก่องค์กรอื่นในอนาคต

Jason Schreier ผู้สื่อข่าวอาวุโสจาก Bloomberg ได้คาดการณ์ว่า อย่างเร็วที่สุด The Elder Scrolls 6 น่าจะพร้อมวางจำหน่ายภายในเวลา 2 ปีหรือมากกว่านั้น ซึ่งหากตัวเกมสามารถวางขายได้ภายในปี 2028 จริง ย่อมหมายความว่าเกมเมอร์ต้องใช้เวลารอคอยนานถึง 10 ปีเต็ม นับตั้งแต่วันประกาศเปิดตัว และเป็นระยะเวลายาวนานถึง 17 ปี หากนับจากวันที่ภาคก่อนหน้าอย่าง The Legend of Zelda ไม่ใช่... อย่าง The Elder Scrolls V: Skyrim ออกวางจำหน่ายครั้งแรก

บทเรียนในอดีตจากความล้มเหลวในช่วงเปิดตัวของ Cyberpunk 2077 ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า การบีบบังคับด้วยกลไกตลาดและการกดดันทีมงานผ่านระบบ Crunch ไม่เคยนำมาซึ่งผลลัพธ์ของเกมที่ดี และในตอนนี้ แฟนเกมทำได้เพียงแค่ภาวนาว่าอารยธรรมและสายเลือดที่แท้จริงของ Bethesda จะยังคงหลงเหลืออยู่มากพอที่จะประคับประคองโปรเจกต์ยักษ์ใหญ่นี้ให้รอดพ้นจากวิกฤตการณ์เชิงธุรกิจในครั้งนี้ได้

ที่มา Gamingbolt

แชร์เรื่องนี้:
Meltdown
Meltdown

Content Writer

เรื่องที่เกี่ยวข้อง