Around The Game l เปลี่ยนแนวเกม ทางร่วงหรือทางรอด

แชร์เรื่องนี้:
Around The Game l เปลี่ยนแนวเกม ทางร่วงหรือทางรอด

ตลอดระยะเวลาหลายสิบปีในวงการเกม เรามักจะได้เห็นเกมชื่อดังที่ประสบความสำเร็จพยายามเข็นภาคต่อออกมาตลอดเวลา ที่สร้างความผิดหวังบ้าง สมหวังบ้างแตกต่างกันไป แต่การทำอะไรซ้ำๆ เดิมๆ ก็คงไม่เป็นผลดีกับชื่อเสียงของเกม หลายทีมพัฒนาจึงเลือกที่จะเปลี่ยนแนวทางการเล่นของเกมตนเองเพื่อสร้างความน่าสนใจจากสิ่งแปลกใหม่ ซึ่งฟังดูแล้วเหมือนจะเป็นทางออกที่ดีสำหรับตัวเกมแต่ทำไมสำหรับบางเกมที่เปลี่ยนแนวการเล่นทำให้เกมนั้นกลายเป็นภาคสุดท้ายที่ได้วางจำหน่าย มาร่วมคิด วิเคราะห์ หาสาเหตุจากมุมผู้บริโภคได้ในบทความนี้ครับ

การเปลี่ยนแนวเกมหรือรูปแบบการเล่นถือเป็นสิ่งที่มีความเสี่ยงสูงสำหรับทีมพัฒนาและชื่อเสียงของเกม เพราะมันเป็นการเปลี่ยนทุกสิ่งที่ผู้เล่นรับรู้และจดจำเกมนั้น แต่ด้วยการแข่งขันที่สูงในวงการเกมหลายทีมพัฒนาจึงเลือกทางที่เสี่ยง ซึ่งแน่นอนว่าความเสี่ยงที่สูงมักจะให้ผลตอบแทนที่สูงเช่นกัน เราจึงได้เห็นเกมชื่อดังที่อยู่ดีๆ ออกภาคแยกหรือเกมภาคใหม่ที่เปลี่ยนรูปแบบการเล่นจากเดิม แล้วทำไมบางเกมประสบความสำเร็จและบางเกมไม่ล่ะ?

ลืมตัวตนของตนเอง

ในบางครั้งการเปลี่ยนแนวเกมอาจจะส่งผลต่อตัวตนของเกมนั้น โดยที่ทีมพัฒนาอาจจะไม่รู้ตัว ตัวอย่างเช่น Resident Evil ที่เลือกจะทดลองทำเป็นแนว Rail Shooter ในภาค Resident Evil Survivor ที่พอจะพูดได้ว่าไม่ประสบความสำเร็จ เนื่องจากมันแทบไม่มีความเป็นเกม Survival Horror ตามที่ภาคหลักได้สร้างไว้ หรือกับอีกเกมอย่าง Battlefield 2042 ที่เลือกจะเปลี่ยนเป็น Hero Shooter แทนระบบ Class ที่เป็นภาพจำแทน แล้วไหนล่ะเกมที่เปลี่ยนรูปแบบแล้วไม่ลืมตัวตน?

ถ้าจะให้พูดถึงเกมที่เปลี่ยนแล้วได้ดีในหัวข้อนี้ผมขอยกให้กับ Fallout ที่ในภาค 1 และ 2 เป็นการเล่นแบบ Turn Based และ Point And Click มุมมองด้านบน ที่ภายหลังได้มีการยกเครื่องและเปลี่ยนรูปแบบการเล่นแบบ FPS แทนในภาค 3 โดยสิ่งที่ทำให้ Fallout ยังประสบความสำเร็จคือการเข้าใจถึงตัวตนของเกม ที่ต้องการนำเสนอโลกหลังสงครามนิวเคลียร์ คุณสามารถใช้วิธีอะไรก็ได้ในการทำความต้องการของคุณให้สำเร็จโดยไม่มีใครมาตัดสินว่านั้นถูกหรือผิด มีเพียงแต่ตัวคุณเองเท่านั้นที่จะโทษตัวเองกับการตัดสินใจที่เลวร้าย

Fallout 1

มองลูกค้าผิดกลุ่ม

กลุ่มลูกค้าเองก็ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในการพัฒนาตัวเกม หากคุณจะทำเกมเน้นกลุ่มลูกค้าเป็นเด็กอนุบาล แต่กลับใส่ปริศนาที่ต้องมีการบวกลบคูณหารก็คงมีพ่อแม่ผู้ปกครองไม่กี่คนซื้อให้ลูกให้หลานเล่น ปัญหานี้มักจะเกิดกับเกมที่มีอายุยืนนานจนสามารถข้ามเจนผู้เล่นได้ ตัวอย่างที่น่าเจ็บปวดที่สุดเห็นจะเป็น Parasite Eve ที่ใน 2 ภาคแรกนั้นเป็นเกม Survival Horror กับเนื้อเรื่องที่ชวนสมองโตพร้อมเหล่าตัวละครที่น่าจดจำ แต่การกลับมาในภาค 3 ที่นับเป็นเวลา 10 ปีให้หลัง ตัวเกมกลับกลายเป็นเกม Cover Based Shooter พร้อมขายความ Sexy ของตัวละครเอกแทน

คาดว่าสิ่งที่ทำให้ทีมงานเปลี่ยนตัวเกมไปถึงขนาดนี้อาจจะเพราะการเว้นช่วงระหว่างเกมภาค 2 ถึงภาค 3 เป็นระยะเวลาเกือบ 10 ปีทำให้ฐานผู้เล่นเก่าอาจจะไม่ได้เป็นกลุ่มลูกค้าหลักอีกแล้ว ทีมงานจึงเริ่มศึกษาตลาดใหม่ โดยในช่วงเวลานั้นเกมยิงอย่าง Call Of Duty เป็นที่นิยมมากด้วยจุดนี้เองเลยทำให้ทีมงานเลือกจะเปลี่ยนให้เกมนั้นเป็น Action พร้อมเอาใจกลุ่มวัยรุ่นในเวลานั้นด้วยความ Sexy ของตัวละครแทน ซึ่งนอกจากมันยังซื้อใจเด็กรุ่นใหม่ไม่ได้ ยังทำให้แฟนเกมรุ่นเก่าที่ได้เล่นต้องร้อง อี๊~~

The 3rd Birthday

มีแต่คำว่าจำนวน แต่ไร้ซึ่งคุณภาพ

การผลิตเกมออกมาเป็นจำนวนมากนั้นเหมือนเป็นดาบสองคมที่ถึงแม้มันจะสร้างกำไรตอนที่เกมมีกระแส แต่มันก็จะยิ่งช่วยตอกย้ำภาพจำของตัวเกมให้ชัดเจนขึ้น ซึ่งจะส่งผลต่ออนาคตในเวลาที่ตัวเกมอยากจะออกจากกรอบเดิมๆ ของตนเอง สมมุติว่าคุณเป็นหัวหน้าทีมพัฒนา Sniper Elite ภาคใหม่คุณจะเลือกนำเสนอตัวเกมในรูปแบบใด ในยุคที่การเอกซเรย์กระสุนเป็นเรื่องน่าเบื่อและผู้เล่นมองว่าเกมเหมือนก็อปปีแล้ววางใหม่ในทุกๆ ภาค แต่ในขณะเดียวกันต้องออกแบบเกมให้คนเห็นแล้วรู้ว่านี้คือเกมภาคใหม่ก็คงจะเป็นอะไรที่น่าปวดหัวไม่น้อยซึ่งนี่คือผลมาจากการขยันออกภาคใหม่อยู่เรื่อย

ถึงแม้การเปลี่ยนแปลงมันมีความเสี่ยงแต่ใช่ว่าจะไม่มีเกมที่ประสบความสำเร็จ ตัวอย่างเช่น God Of War ที่เลือกจะลดความรวดเร็วในการเล่นและเพิ่มเติมความลึกซึ้งในตัวละครแทน ทำให้การฆ่าฟันศัตรูจากเพื่อชัยชนะกลายเป็นการฆ่าเพื่อปกป้อง ทำให้ทุกหมัดที่ปะทะศัตรูมีความหมายมากขึ้น หรืออีกเกมอีกซีรี่ย์ที่ผมรัก Metal Slug ที่เปลี่ยนรูปแบบการเล่นแบบยกเครื่องใหม่ก็ว่าได้ใน Metal Slug Tactics แต่ยังคงใช้องค์ประกอบจากเกมภาคเก่าๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพจึงทำให้มันยังครองใจผู้เล่นหน้าเก่าและเปิดตลาดผู้เล่นหน้าใหม่ได้อีก

Metal Slug Tactics
แชร์เรื่องนี้:
Karaboon
Karaboon

Content Writer

เรื่องที่เกี่ยวข้อง